ะยานเสร็จ กลับจวนมานอนหลับไปตื่นหนึ่งจากนั้นเก็บข้าวของเพื่อเข้าวังไปเป็นพระสหายร่วมศึกษาหลังสิ้นสุดเทศกาลฉลองปีใหม่ คำกล่าวนี้ก็ยังคงวนเวียนในหัวเป็นระยะ ทำเช่นไรก็ไม่อาจเลือนหาย
บัดนี้เวลาล่วงเลยถึงยามบ่าย เศษหิมะหลอมละลายแล้ว
ตำราเดินหมากล้อมสองเล่มวางอยู่มุมโต๊ะริมหน้าต่าง
เจียงเสวี่ยฮุ่ยส่งคนมาแจ้งให้นางเตรียมไว้บอกว่าช่วงหลายวันที่นางไม่อยู่ แม้เซี่ยเซียนเซิงจะได้รับพระราชโองการให้เดินทางติดตามไปกำจัดนิกายสวรรค์ ไม่ได้สอนเนื้อหาใหม่ใด ๆ แต่อาจารย์อีกท่านจู่ ๆ ก็นึกสนุกสอนทุกคนเดินหมากล้อม เกรงว่าเข้าวังครั้งนี้ยังต้องเรียนต่ออีก
ยามนี้เจียงเสวี่ยหนิงจ้องมองตำราเดินหมากล้อมด้วยอาการเหม่อลอย
ด้านเหลียนเอ๋อร์กำลังนับตั๋วแลกเงินและก้อนเงินซึ่งหลอมเป็นรูปร่างสารพัดอย่างจำนวนหนึ่ง เตรียมให้เจียงเสวี่ยหนิงนำเข้าวังเพื่อมอบเป็นค่าน้ำร้อนน้ำชาแก่ชาววังทั้งหลาย
เพียงแต่นับไปพลางเบ้ปากไปพลาง
ก่อนจะบ่นอุบว่า “กำหนดการเข้าวังครั้งนี้ไม่เร็วไม่ช้าเกินไป ตรงกับวันเกิดของท่านพอดี ตอนเที่ยงคนของนายหญิงมาเชิญท่านไปฉลองวันเกิดร่วมกับคุณหนูใหญ่ ท่านกลับดีนักนะเจ้าคะ บ่ายเบี่ยงโดยสิ้นเชิงด้วยคำพูดประโยคเดียว ปล่อยให้พวกเขาสนุกสนานครึกครื้นอยู่ทางนั้น หากใครไม่รู้มาเห็นเข้าเกรงจะนึกว่าวันนี้เป็นวันเกิดของคุณหนูใหญ่เพียงผู้เดียว หากเปลี่ยนเป็นบ่าวนะใครมาเรียกบ่าวบ่าวก็จะไป และต้องไปให้จงได้บ่าวจะได