้ไปมีความสุขให้มากกว่าพวกเขาเลยเจ้าค่ะ! พอเข้าวังแล้วต้องไปเจอกฎระเบียบที่เข้มงวดขนาดนั้น จะไม่สะดวกฉลองวันเกิดอะไรนี่อย่างเอิกเกริกแล้วนะเจ้าคะ…”
เจียงเสวี่ยหนิงฟังนางพูดเป็นชุด พอได้สติจึงเข้าใจว่านางกำลังคิดถึงเรื่องงานวันเกิดของตนชาติก่อนไหนเลยจะไม่ไป
เป็นเช่นที่เหลียนเอ๋อร์กล่าว นางมิเพียงต้องไปให้จงได้ ทั้งยังต้องมีความสุขด้วย อย่างไรเสียสถานการณ์ตอนนั้นก็แตกต่างจากตอนนี้ ชาติก่อนนางประจบเอาใจเสิ่นเจี้ย สุดท้ายผู้ได้เข้าร่วมการคัดเลือกพระชายาของหลินจืออ๋องคนนั้นก็คือนาง มิหนำซ้ำยังเป็นเรื่องแน่นอนที่มิอาจเปลี่ยนแปลง ด้วยเหตุนี้จึงกระหยิ่มใจเป็นพิเศษจงใจไปหาเรื่องเจียงเสวี่ยฮุ่ยกับเมิ่งซื่อในวันดี ๆอย่างวันเกิด พูดจาไม่กี่คำก็ทำให้ทุกคนหน้าเปลี่ยนสี
ตอนนั้นเจียงเสวี่ยฮุ่ยมองนางอยู่นาน
ทว่าไม่ได้เอ่ยอะไร บอกให้ทุกคนแยกย้ายแล้วลุกขึ้นและขอตัวลาเช่นกัน
สิ่งที่เจียงเสวี่ยหนิงรังเกียจที่สุดคือใบหน้าสงบนิ่งของ ‘พี่หญิง’ ผู้นี้ รู้สึกเหมือนตนใช้กำปันทุบปุยฝั้าย นางจึงไล่ตามไปและตะโกนเรียกให้หยุด ก่อนจะหัวเราะเย้ยหยันถามว่า “เจ้าชอบเสิ่นเจี้ยไม่ใช่หรือ ทว่าบัดนี้ผู้ที่หลินจืออ๋องทรงสู่ขอคือข้า สมัยนั้นเจ้ายึดครองของของผู้อื่นโดยพลการ ยึดสถานะของข้าไปจนได้ใช้ชีวิตกินดีอยู่ดีมานานหลายปีเช่นนี้ น่าแค้นใจที่สวรรค์ไร้ตายังคงปล่อยให้เจ้าได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายดังเดิมเช่นนั้นคงได้แต่ต้องให้