ข้าเป็นผู้ลงมือเอง ให้เจ้าได้รู้จักรสชาติของกรรมตามสนองเสียบ้าง”
เจียงเสวี่ยฮุ่ยยังคงตั้งท่าจะเดินจากไปนางจึงก้าวขึ้นหน้าไปขวางไม่ยอมหลีกทาง
ในที่สุดอีกฝั่ายก็หยุดฝีเท้า ช้อนดวงตามองพร้อมกล่าวช้า ๆ ว่า “เจ้าดีใจจริงหรือ”
ทำไมจะไม่ดีใจเล่า
ได้อภิเษกสมรสกับหลินจืออ๋องผู้อ่อนโยนและสง่างาม แย่งชิงวาสนาวิวาห์มาจากพี่สาวที่ตอนนั้นช่วงชิงสถานะตนและบัดนี้ยังคงยึดครองฐานะบุตรีภรรยาเอก ข่มนางด้วยฐานะพี่สาว ทุกคนในจวนต่างก็ต้องดูสีหน้านาง ลาภยศสรรเสริญล้วนอยู่ใกล้แค่เอื้อม…
เจียงเสวี่ยหนิงเดิมทีรู้สึกดีใจทว่าครั้นเห็นท่าทีไม่สะทกสะท้านของเจียงเสวี่ยฮุ่ย ความดีใจเพียงเล็กน้อยนั้นก็โบยบินจากไปเบา ๆ ดั่งมีปีกงอกเงย ครั้นถึงวันที่ต้องอภิเษกสมรสกับเสิ่นเจี้ยจริง สมองของนางกลับว่างเปล่าเต็มไปด้วยความงงงัน ร่างลอยเบาหวิวไม่ติดพื้นดั่งถูกคนโยนขึ้นเหนือเมฆา
“คุณหนูรองเจ้าคะ แม้ท่านจะไม่ไปหานายหญิงกับคุณหนูใหญ่ แต่ถึงอย่างไรก็เป็นวันเกิดต้องทำสิ่งที่เป็นสิริมงคลสักอย่างอยู่ดีนะเจ้าคะ”ถังเอ๋อร์เผยรอยยิ้มบาง ควักถุงผ้าจากแขนเสื้อและหยิบสร้อยข้อมือร้อยกระพรวนทองคำทรงกลมขนาดเล็กยี่สิบลูกออกมา ชิ้นงานประณีตงดงามยิ่งนัก “เมื่อสามปีก่อนเยี่ยนซื่อจื่อสั่งให้คนนำมามอบให้ในวันเกิดของท่าน มีกระพรวนรวมทั้งสิ้นยี่สิบลูก เมื่ออายุมากขึ้นหนึ่งปีก็เติมเพิ่มหนึ่งลูก บ่าวเติมให้ท่านแล้วเจ้าค่ะ”
นางส่งสร้อยข้อมือให้เจียง