วกงก็ยิ่งถอนหายใจยาว สุดท้ายจึงไม่เอ่ยถึงเรื่องที่เจียงเสวี่ยหนิงไปมาหาสู่กับเซียวติ้งเฟยอีก เพียงกำชับนางว่าจะกระทำสิ่งใดให้ระมัดระวังตัวบ้าง อย่าให้เกินเลยมากนัก
เจียงเสวี่ยหนิงครุ่นคิด คนเจ้าเล่ห์กลอกกลิ้งเช่นเซียวติ้งเฟยน่ะหรือถูกทำร้ายจนถึงขั้นร้องห่มร้องไห้เข้าไปฟั้องถึงวังหลวง อีกทั้งยังมีแต่บาดแผลฟกช้ำดำเขียวทั่วร่าง มีเพียงสวรรค์ที่รู้ว่าบาดแผลเหล่านั้นเกิดจากแม่นางในหอนางโลมทิ้งไว้ให้เมื่อคืนหรือว่าถูกทำร้ายจริงกันแน่!
——————–
1. คนใบ้กินหวงเหลียน หมายถึงน้ำท่วมปากหวงเหลียนเป็นสมุนไพรรสขม เมื่อคนใบ้กินหวงเหลียนจึงไม่อาจบอกกล่าวความทรมานได้บทที่ 147 เวิงอั๋ง (2)เพียงแต่นางคุ้มกะลาหัวคนผู้นี้อยู่ จึงไม่อาจเปิดโปงได้
ครั้นเห็นคนชั่วร้ายเต็มจิตผู้นี้เริ่มสร้างเรื่องปวดเศียรเวียนเกล้าให้ตระกูลเซียว นางก็ดีใจเป็นนักหนา ใคร่ยกชามเมล็ดแตงโมไปนั่งแทะดูงิ้วที่จวนกั๋วกงให้รู้แล้วรู้รอด แม้แต่บรรดาเรื่องน่าหงุดหงิดรำคาญใจซึ่งเกิดช่วงหลังฉลองเทศกาลส่งท้ายปีใหม่จนถึงเทศกาลหยวนเซียวยังลืมเลือนจนหมดสิ้น สาแก่ใจเหลือเกิน
จดหมายของโหยวฟางอิ๋นส่งมาจากแดนสู่ในวันเทศกาลหยวนเซียวเช่นกัน แจ้งว่าตอนไปถึงทุกอย่างเป็นไปด้วยดี นอกจากฟังภาษาถิ่นไม่ค่อยเข้าใจแล้ว ชาวบ้านต่างก็จิตใจดีงามยิ่งนักผลิตเครื่องขุดบ่อกันอย่างคึกคัก นาเกลือตระกูลเหรินกลับมาดำเนินการ รับสมัครคนงานจำนวนมาก เหรินเหวยจื้อเป็นบัณฑ