ในตำหนักจินหลวนได้ สมัยนั้นหากมิใช่เพราะเยี่ยนฮูหยินแต่งงานกับเขา บรรดาศักดิ์กั๋วกงคงไม่ตกถึงมือเขาหรอกนับว่าเป็นคนถ่อยเนรคุณ! ซื่อจื่อ ท่านเป็นลูกผู้ชายอกสามศอกแท้ ๆ ไม่ควรแสดงความอ่อนแอต่อหน้าเดรัจฉานกลุ่มนี้สิ”
เซียวติ้งเฟยมีท่าทางครุ่นคิด “ไม่ควรจริงด้วย”
เจียงเสวี่ยหนิงจ้องมองเขา รู้ดีแก่ใจว่าคนผู้นี้น่ะสารเลว เกรงว่าสาเหตุที่วันนี้มาพบตนคงเพราะหาวิธีไม่ได้ แต่นางก็ไม่ถือสาที่จะหลอกใช้ซึ่งกันและกัน ดังนั้นจึงค่อย ๆ กล่าวต่อไปว่า“ท่านมาถึงเมืองหลวงเป็นครั้งแรก หากไม่ทราบว่าจะต้องทำเช่นไร ให้ข้าลองสอนดีหรือไม่”
ในที่สุดเซียวติ้งเฟยก็เผยรอยยิ้มเบิกบาน“คุณหนูรองช่างดีต่อข้าเหลือเกิน”
อ้อมค้อมมาครึ่งค่อนวัน สิ่งที่เขาต้องการก็คือคำพูดประโยคนี้!ลำพังแค่ตัวเขาเองย่อมไม่กล้าก่อเรื่องก่อราวมีเพียงสวรรค์ที่รู้ว่าเจ้าคนแซ่เซี่ยผู้นั้นจะลงดาบตนหรือไม่ แต่หากเขา ‘เรียนรู้’ ลูกไม้จากเจียงเสวี่ยหนิงละก็เจ้าคนแซ่เซี่ยคงโทษเขาไม่ได้แล้วกระมัง ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อคิดตามคำพูดของเจียงเสวี่ยหนิง แม้คนแซ่เซี่ยจะไม่เคยสั่งว่าต้องทำเช่นไรกับตระกูลเซียว แต่หากเขาทำตนเป็นเต่าหดหัวจริง แม้ปากของคนแซ่เซี่ยจะไม่พูดอะไร แต่ในใจคงเย้ยหยันแน่
เจียงเสวี่ยหนิงจึงส่งเสียงดังบอกเด็กรับใช้ซึ่งกำลังเฝั้าอยู่ข้างนอกให้ไสหัวไปไกล ๆ หน่อยเมื่อคนจากไปแล้วค่อยเรียกให้เซียวติ้งเฟยเอียงใบหูมา กระซิบกระซาบอยู่กว่าครึ่งชั่ว