มื่อลองนึกดูอีกครา เซียวติ้งเฟยไม่รู้จักมารยาทเช่นนี้ไม่เป็นการดีหรือไร เมื่อชื่อเสียงพรรค์นี้แพร่ออกไป หากคิดจะช่วงชิงตำแหน่งซื่อจื่อแห่งจวนกั๋วกงจะไม่กลายเป็นเรื่องเพ้อฝันหรอกหรือ!ดังนั้นพ่อบ้านจึงกลอกตาและไม่ได้ปฏิเสธ สั่งสารถีให้บังคับรถม้ามุ่งหน้าไปยังจวนตระกูลเจียงจริง ๆ ส่งเทียบเชิญพร้อมบอกกล่าวตามตรงว่าต้องการพบคุณหนูรองเจียง
การมาครั้งนี้สร้างความตื่นตระหนกแก่เจียงปั๋อโหยว
จากนั้นแปรเป็นโทสะ
ช่วงเช้าขณะปรึกษาข้อราชกิจภายในตำหนักจินหลวน เขาที่มองเห็นชัดเจนจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าติ้งเฟยซื่อจื่อซึ่งเพิ่งกลับมาเมืองหลวงเป็นคนโง่เง่าไร้แก่นสารเพียงใด เรื่องมาจวนตระกูลเจียงน่ะช่างเถิด แต่การบอกกันโต้ง ๆ ว่าต้องการพบบุตรีเขาโดยไม่แม้แต่จะเข้ามาคารวะประมุขของบ้านเช่นเขาน่ะ!
มันมีอย่างนี้ที่ไหนกัน!
เจียงปั๋อโหยวอยู่ในห้องอักษร หัวเสียจนต้องตบโต๊ะลุกพรวด ตะโกนเสียงดังว่า “เหลวไหลทั้งเพ! กระทำเยี่ยงนี้เหมาะสมหรือ! รีบบอกให้คนไล่ตะเพิดออกไปเสีย! ชื่อเสียงลูกสาวข้าจะมาถูกมันทำให้เสื่อมเสียได้อย่างไร?!”
ฉางจั๋วซึ่งคอยปรนนิบัติภายในห้องตัวสั่นงันงก เหงื่อเย็นเยียบผุดเต็มหน้าผาก
แต่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมราวกับมีรากงอกใต้ฝั่าเท้า
เจียงปั๋อโหยวเห็นเขาไม่ขยับเขยื้อนอยู่นานจึงอดกล่าวอย่างฉุนเฉียวไม่ได้ “เหตุใดยังไม่ไปอีก”
ฉางจั๋วยิ้มขื่น “มะ เมื่อสักครู่คุณหนูรองผ่านมาได้ยินเข้าพอดี นางจึงไปพบแล้ว