องเมิ่งซื่อเจียงเสวี่ยฮุ่ยคอยปลอบใจอยู่ด้านข้าง
“นางเคยเห็นข้าเป็นมารดาบังเกิดเกล้าบ้างหรือเปล่า ตั้งแต่รับตัวกลับมาเมืองหลวงใช่ว่าข้าไม่เคยคิดฟืนฟูความสัมพันธ์กับนางเสียหน่อย มิเช่นนั้นข้าจะบังคับให้นางเรียนพิณและร่ำเรียนเขียนอ่านไปเพื่ออะไร ทว่าตัวนางเองเล่า เอาแต่ตั้งตนเป็นศัตรูกับผู้อื่นไปทั่ว หากไม่ใช่คอยหาเรื่องบ่าวไพร่ภายในจวนก็ต้องคอยหาเรื่องเจ้าอยู่ร่ำไป ทั้งหน้ามือและหลังมือต่างเป็นเลือดเนื้อหากเจ้าดีเหมือนกันทั้งคู่ ไยข้าจะไม่อยากถือน้ำชามนี้ด้วยความเที่ยงตรง”
เสียงคร่ำครวญคล้ายแฝงความกลัดกลุ้มระทมทุกข์“แต่นางกลับถูกนางจิ้งจอกหว่านเหนียงจงใจสั่งสอนให้มายั่วโมโหข้า ก่อความรำคาญให้ข้ามาแก้แค้นข้า! นางจึงคิดแต่เรื่องนอกลู่นอกทางอยู่เสมอ ปราศจากบุคลิกเยี่ยงธิดาตระกูลใหญ่สักกระผีก แล้วยังจะมาบอกอีกว่าข้าไม่ยอมพาไปคบค้าสมาคมกับกุลธิดาตระกูลใหญ่ภายในเมืองหลวง แต่นางไม่รู้จักดูตัวเสียบ้างเลย เด็กสาวบ้านปั่าไม่รู้จักประพฤติตนให้ดี ๆ เช่นนี้ หากพาออกไปจะไม่ทำลายชื่อเสียงของจวนเราเอาหรือ ต่อให้หนังหน้าข้าหนาอีกสักเพียงใด ก็ไม่อาจทนคำติฉินนินทาของผู้อื่นได้หรอกนะ!”
เจียงเสวี่ยฮุ่ยคล้ายได้ฟังคำพูดเช่นนี้มามากแล้ว นางถอนหายใจยาวก่อนจะกล่าวกับมารดาว่า “ท่านแม่ น้องหญิงเขาถูกหว่านเหนียงเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กจนอายุสิบสี่ปีถึงค่อยรับตัวกลับจวนแม้ท่านทนดูไม่ได้ ทว่าหากจะเปลี่ยนแปลงความเคยช