วยความสะใจกับเซียวติ้งเฟยเหนือสิ่งอื่นใด คำกล่าวที่ว่าเวลากินห้ามพูดเวลานอนห้ามพูดอะไรนั่นเหมือนผายลมสุนัขทั้งเพ
คิดไม่ถึงว่าชาตินี้ยังจะได้พบกันอีก
นางไม่ได้รังเกียจอะไรมาก เพียงเอ่ยว่า“พวกเราเองก็ทำตัวตามสบายด้วยเถอะ”
ถึงอย่างไรก็เป็นเพียงโต๊ะอาหารร่วมฉลองคืนส่งท้ายปีที่ทงโจวของกลุ่มคนที่บ้างก็สนิทสนมบ้างก็ไม่ค่อยคุ้นเคย ซ้ำยังมีฐานันดรแตกต่างกันมาก มิใช่กลุ่มผู้รากมากดีจากตระกูลใหญ่ภายในเมืองหลวง ทั้งยังมิใช่อยู่ในวังหลวงซึ่งมีแต่กฎระเบียบเข้มงวดกวดขัน ไม่จำเป็นต้องเน้นพิธีรีตอง
เจียงเสวี่ยหนิงนั่งข้างจางเจอ
สุราฮวาเตียวกานั้นอุ่นจนร้อนนานแล้ว เสียวเปั่ายกจากเตา เจียงเสวี่ยหนิงรับมารินให้คนทั้งสี่จนเต็ม ก่อนจะชูจอกพูดว่า “นับว่าทุกคนต่างต้องมาตกระกำลำบาก ถูกลมพายุหิมะกักขังอยู่ทงโจวเหมือนกัน แม้จะบังเอิญพบพาน แต่ก็นับว่ามีวาสนา ไม่แน่ภายหน้าอาจได้คบหาเป็นสหายผู้รู้ใจ หิมะตกเป็นลางบอกว่าปีหน้าจะอุดมสมบูรณ์ ข้าขอแสดงการคารวะก่อนหนึ่งจอก!”
เซียวติ้งเฟยกล่าวเยินยอมากเป็นพิเศษ “พูดได้ดี!”
เสียวเปั่ามองค้อนเขาเงียบ ๆ
ส่วนจางเจอช้อนดวงตาสบนัยน์ตาพราวระยับใต้แสงตะเกียงสลัวของเจียงเสวี่ยหนิงพอดีสุดท้ายจึงยกจอกขนาดเล็กชนกับนางเบา ๆเจียงเสวี่ยหนิงคลี่รอยยิ้มหน้าชื่นตาบาน ชูจอกสุราร่วมดื่มกับทุกคน
สุราฮวาเตียวร้อนพอเหมาะพอดีสำหรับดื่มรสสุราเข้มข้น หลอมละลายและแพร่กระจายในลำคอประดุจกระแสธารอ