รังแกกันเกินไปแล้ว!
จะต้องแก้แค้นเป็นการส่วนตัวแน่ ๆ !
ช่วงกลางวันเจียงเสวี่ยหนิงเห็นว่าจางเจอปลอดภัยสบายดี จิตใจที่เขม็งเกลียวจึงผ่อนคลาย หมดสติไปในบัดดล ครั้นหลับใหลก็ลากยาวมาจนถึงช่วงพลบค่ำ เมื่อตื่นมาถึงพบว่าตนรู้สึกล้าไปทั้งร่าง เดิมทีความลำบากตรากตรำตลอดหลายวันที่ผ่านมาก็ทำให้ร่างกายซึ่งเคยชินกับชีวิตอันสุขสบายเหนื่อยล้าตั้งนานแล้วเพียงแต่หลายวันก่อนนางมัวกังวลมากเกินไปจึงไม่ทันรู้สึกตัว ยามนี้จึงนอนกินอาหารลวก ๆ ให้อิ่มท้องอยู่บนเตียง จากนั้นค่อยถามเสียวเปั่าว่าจางเจอเป็นเช่นไรบ้าง
เสียวเปั่าบอกว่าใต้เท้าจางกำลังพักรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ภายในอารามเช่นกัน
นางจึงกะจะไปหา
ผู้ใดจะคาดคิดว่านางยังไม่ทันพลิกตัวลงจากเตียง คนของเซี่ยเวยก็มาถึงเสียแล้ว
เจี้ยนซูยืนค้อมกายอยู่นอกประตูห้องนางโดยไม่ได้เข้าไป ครั้นได้ยินเสียงร้องลั่นจากในนั้นก็หลุบตา ยังคงกล่าวซ้ำอย่างสงบดังเดิม “เซียนเซิงเชิญท่านไปเรียนพิณขอรับ”เจียงเสวี่ยหนิงโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง “ข้าไม่มีพิณ!”
เจี้ยนซู “เซียนเซิงกล่าวว่ามีให้ขอรับ”
เจียงเสวี่ยหนิงเกือบสำลักตาย “ข้าเป็นคนปั่วยนะ!”
เจี้ยนซู “เสียวเปั่าแจ้งว่าท่านหมอมาตรวจดูอาการแล้ว ท่านแค่เหนื่อยล้าเท่านั้น มิได้เป็นอะไรมากขอรับ”
เจียงเสวี่ยหนิง “…”
เจ้าเด็กบ้าที่เกือบโตเป็นผู้ใหญ่คนนั้นใจแคบคิดเล็กคิดน้อยจริงด้วย เขาจะต้องผูกใจเจ็บที่ตอนนั้นนางไม่ไปโรงเตี๊ยมแต่ดันไปขอความ