ช่วยเหลือที่ศาลาว่าการเป็นแน่จึงนำเรื่องนี้ไปฟั้องเซี่ยเวย!
ในเมื่ออีกฝั่ายพูดมาถึงขั้นนี้นางก็ไม่อาจบ่ายเบี่ยงได้อีก
นางกัดฟันกรอดตะกายร่างขึ้นมาผลัดชุดหลังจากจัดแจงความเรียบร้อยบ้างนิดหน่อย ก็เดินออกจากห้อง
เจี้ยนซูพกร่มมาและกำลังจะกางให้
ทว่านางไม่กล้าใช้งานผู้ใต้บังคับบัญชาของเซี่ยเวยอย่างบอกไม่ถูก เพียงรับมากางเองเหนือศีรษะ จากนั้นติดตามเจี้ยนซูไปยังเรือนของเซี่ยเวยซึ่งอยู่อีกฟากหนึ่งของลานเรือน
สถานที่แห่งนี้คงเป็นเรือนที่พักของเจ้าอารามซั่งชิง เป็นเรือนขนาดเล็กตั้งอยู่ตรงมุมหนึ่งของภูเขาซึ่งอยู่ด้านหลังอารามซั่งชิงอย่างเป็นเอกเทศเห็นได้ชัดว่าบรรยากาศสงบเงียบและเป็นส่วนตัว
เกล็ดหิมะชิ้นเล็กชิ้นน้อยโปรยปราย รอบด้านปราศจากโคมแม้แต่ดวงเดียว
ขณะเจียงเสวี่ยหนิงเดินมาถึงกลางลานเรือนก็อดตะลึงงันไม่ได้ ยามช้อนตานางเห็นเพียงลำแสงสีเหลืองนวลอันอบอุ่นฉายลอดกระดาษกรุหน้าต่างมาจากในห้อง แสงนั้นตกกระทบเกล็ดหิมะละเอียดที่กำลังตกภายนอกจนเกิดเป็นความงามอีกรูปแบบหนึ่ง
อารามเต๋าแห่งนี้คงไม่ได้ทะนุบำรุงมานานหลายปี ฝั่ายเซี่ยเวยแม้จะนำไพร่พลมา แต่คงไม่อาจเตรียมการได้พร้อมสรรพ ฉะนั้นการจะไม่จุดตะเกียงก็คงมิใช่เรื่องแปลกกระมัง
เจี้ยนซูก้าวไปเคาะประตูพร้อมเอ่ยว่า“คุณหนูรองมาแล้วขอรับ”
เสียงเรียบเฉยแว่วออกมาจากด้านใน “เข้ามาได้”ระหว่างทางเดินมาเจียงเสวี่ยหนิงยังมีเพลิงโทสะสุมอก ครั้นได้ยินเสียงนี้ก็เ