เจ้านิกายมาช้านาน เมื่อเดินทางถึงเมืองหลวงข้ามิอาจขัดขวางและไม่อาจรู้ว่าเขาจะทำสิ่งใด สุดท้ายเขากลับจบชีวิตใต้เกาทัณฑ์ของราชสำนักระหว่างการล้อมจับของศาลาว่าการเมืองซุ่นเทียนเสียได้ เมื่อข้าได้ยินข่าวปุบปับเช่นนี้ก็ตกตะลึงเช่นกัน แต่เนื่องจากเรื่องเกิดขึ้นกะทันหันอีกทั้งราชสำนักยังวางแผนการไว้จึงทำให้แม้แต่ศพของกงอี๋เซียนเซิงยังหาไม่พบ เกรงว่าหากข่าวแพร่ไปถึงจินหลิงและเจ้านิกายทราบเรื่องเข้าคงเสียใจเป็นแน่แท้”แค่เสียใจที่ไหนกันเล่า
เกรงว่าต้องเดือดเป็นฟืนเป็นไฟด้วยซ้ำ
กงอี๋เฉิงเป็นผู้วางแผนการให้เจ้านิกายเสมอมา ถือเป็นแขนซ้ายขวาตัวจริง ครั้นไปถึงเมืองหลวงกลับจบชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ พูดออกไปผู้ใดจะเชื่อ
เซียวติ้งเฟยยื่นมือไปทางเจี้ยนซู “ชา”
อีกฝั่ายกลอกตามองค้อน แต่ก็ยังรินน้ำชาให้อยู่ดี
เมื่อชาส่งถึงมือ เขาก็พึมพำกับเจี้ยนซูว่า“เจ้าช่างดีเสียจริง” จากนั้นหันศีรษะกลับมากล่าวต่อ “เมืองหลวงเป็นถิ่นของท่าน ท่านกล่าวอะไรย่อมเป็นไปตามนั้น และข้าก็ไม่กล้าสงสัยว่าท่านเป็นคนสังหารกงอี๋เฉิงอยู่แล้วละขอรับ”
เซี่ยเวยยิ้ม “ข้าไม่รู้มาก่อนเลยว่าเจ้าก็มีหัวคิดด้วย”
เซียวติ้งเฟยดื่มชา ก่อนจะพูดด้วยความภาคภูมิใจอย่างหาได้ยากยิ่ง “เพียงแต่น่าเสียดายที่หนีไม่พ้น อย่างไรเสียการจะลองดูสักตั้งก็ไม่ได้เสียหายอันใด เพราะถ้าสำเร็จขึ้นมาเล่าขอรับ”
เซี่ยเวย “แต่ก็ไม่สำเร็จ”เซียวติ้งเฟยยิ้มแบบหน้าไม่อาย “อะไรน