อยมีโคมสีเหลืองนวลส่องสว่างมาทางห้องของเขา
เจี้ยนซูและเตาฉินเดินตามอยู่ข้างหลังเซี่ยเวยผู้หนึ่งถือโคม ผู้หนึ่งกางร่มเคลือบน้ำมัน
ครั้นถึงหน้าขั้นบันไดก็แขวนโคมและหุบร่มเคลือบน้ำมัน ก่อนจะก้าวขึ้นหน้าเพื่อผลักเปิดประตูห้อง เมื่อเห็นเซียวติ้งเฟยก่อนสิ่งอื่นใดก็เปล่งเสียงเรียกด้วยความเคารพนบนอบยิ่ง “คุณชายติ้งเฟย”
เซียวติ้งเฟยนอนกลับลงไปบนเตียง
ภายในห้องจุดเตาผิง อุณหภูมิจึงร้อนผะผ่าว
เขาสวมเพียงเสื้อทับสีขาว ถอนลูกเกาทัณฑ์ที่ยิงทะลุบ่าและทายาสมานแผลชั้นดีจนโลหิตหยุดไหลนานแล้ว แต่ถึงกระนั้นท่านหมอก็ยังกำชับว่าอย่าขยับเขยื้อนตามใจชอบเพราะเขาจำเป็นต้องพักฟืน
เซี่ยเวยเดินตามเข้ามา
ใบหน้าเรียบเฉย สายตาลุ่มลึก ชุดยาวขาวประดุจหิมะ ปินไม้เกล้าผมดำขลับ ท่วงทีสง่างามประดุจผู้เร้นกายจากทางโลกอย่างแท้จริง
เจี้ยนซูปิดประตูทางด้านหลัง
แสงเทียนที่ส่องกระทบกระดาษกรุหน้าต่างสว่างโรจน์เสียจนแสงสะท้อนของหิมะทางด้านนอกหายไปหลายส่วน ใบหน้าของเขาจึงดูอ่อนโยนกว่าเดิมเซี่ยเวย “ขาของเจ้าช่างดีนักนะ”
เซียวติ้งเฟยยิ้มเอ้อระเหย “แต่ครั้นวิ่งก็ไม่ได้เร็วไปกว่าลูกเกาทัณฑ์ของท่านอยู่ดี”
เซี่ยเวยกลับไม่ยิ้มแย้ม “น่าเสียดายยังแม่นไม่พอ มิเช่นนั้นเหตุใดถึงยังยิงกุดศีรษะของเจ้าไม่ได้”
เซียวติ้งเฟยรู้ว่าอีกฝั่ายเกิดจิตสังหารกับตนจึงจ้องมองเขาพร้อมกล่าวทีเล่นทีจริง “ก็ผู้ใดใช้ให้ข้ายังมีประโยชน์ใช้สอยอันยิ่งใหญ่ต่อเซี