ใด เชิญท่านกลับไปเถิดขอรับ”
เซียวติ้งเฟยหลากใจ “เขาล้มปั่วยเหรือ”เจี้ยนซูตอบ “เผอิญเป็นหวัดขอรับ”
เซียวติ้งเฟยพลันหมดสนุก เขายักไหล่และกำลังจะจากไป ทว่าชั่วขณะที่กำลังจะหมุนกายก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เจี้ยนซูถือชามยาเปิดประตู หางตาที่ขยับวูบของเซียวติ้งเฟยจึงเหลือบเห็นชายม่านมุ้งสีนิลหนาเตอะที่ลำแสงไม่อาจส่องทะลุผ่านมุมหนึ่งกระพือพัด ลำแสงจากเปลวเทียนหลายสายส่องลอดออกมาให้เห็นรำไรทั้งที่เป็นตอนกลางวันแสก ๆ
ใจเขาพลันเต้นรัว
ไม่นานบานประตูก็ปิด
เซียวติ้งเฟยรู้สึกพิกลนัก ทว่าขณะกำลังสงสัยใคร่รู้ก็อดพิเคราะห์สถานะของตนในนิกายไปด้วยไม่ได้ สุดท้ายจึงไม่กล้าเอ่ยถามอันใด และยิ่งไม่กล้ารั้งอยู่ในลานเรือนแห่งนี้นาน
บ่าวไพร่ซึ่งกำลังกวาดหิมะข้างนอกยังคงสาละวน
เขาระงับความสงสัยที่ลอบก่อตัว รีบหนีออกไปชมหิมะกับพวกคุณชายไม่เอาถ่าน
เพียงแต่แม้เวลาจะผันผ่านมานานขนาดนี้ภาพที่เห็นวันนั้นกลับยังผุดในใจเขาเป็นบางครั้งทิ้งปริศนาขนาดมหึมาในส่วนลึกของห้วงความทรงจำเดิมทีวันนี้เกิดเรื่องใหญ่ เซี่ยเวยยิงเกาทัณฑ์ทำร้ายเขาดอกหนึ่ง เห็นชัดว่าต้องการจะมาหา
แต่เมื่อเห็นอารามซั่งชิงหิมะตกหนัก เซียวติ้งเฟยก็รู้สึกได้ราง ๆ ว่าคนผู้นี้คงไม่มาแล้ว
อย่างน้อยก็ไม่มีทางมาช่วงกลางวัน
จริงดังคาด เซียวติ้งเฟยรอคอยจนแสงนภาหรุบหรู่ ความดำมืดปกคลุมทั่วทั้งอารามเต๋า บนทางเดินเชื่อมซึ่งถูกปัดกวาดอย่างสะอาดสะอ้านเบื้องหน้าถึงค่