ังเกียจที่สุด
จินหลิงอยู่ทางใต้ มีหิมะตกน้อยครั้งนัก
แต่กาลเวลาผันผ่านนานวันเข้าย่อมเกิดข้อยกเว้นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
มีอยู่ปีหนึ่งกระแสความหนาวเย็นมุ่งลงใต้สายลมพัดกระทบหน้าต่างยามราตรี ครั้นตื่นมายามเช้าตรู่ก็พบว่าทั้งภูเขาจำลอง ศาลา และหอเก๋งล้วนปกคลุมด้วยหิมะ กวีผู้เปียมความสุนทรีย์ต่างรวมตัวกันทั้งภายในและภายนอกเมืองจินหลิงเพื่อนัดไปชมหิมะกันอย่างกระตือรือร้น
แน่นอนว่าย่อมมีลูกผู้ดีมีเงินไม่ทำงานทำการบางคนมาเชิญเซียวติ้งเฟยไปด้วย
ยามนั้นเซี่ยเวยยังไม่ได้เข้าร่วมการสอบเคอจวี่ แต่ก็มีชื่อเสียงเลื่องลือภายในเมืองจินหลิงแล้ว เซียวติ้งเฟยคิดว่าตนเป็นพวกไม่ได้ความที่ไร้ความรู้ความสามารถ คนเหล่านั้นที่พากันไปแสวงหาความสุนทรีย์อย่างน้อยก็ต้องประพันธ์บทกวีหรือไม่ก็วาดภาพกันแน่ ไม่สู้ชวนเซี่ยเวยไปด้วยดีกว่า เนื่องจากน้อยครั้งนักที่เขาจะอยู่แถวนี้พอดี
คิดไม่ถึงว่าเมื่อไปถึงเรือนกลับเห็นประตูปิดสนิท
บ่าวภายในลานเรือนกลุ่มหนึ่งกำลังสาละวนกวาดหิมะ
เซียวติ้งเฟยแปลกใจ “หิมะนี้ยังไม่หยุด ดูท่าว่าจะตกไปอีกหลายวัน ยามนี้ถึงพวกเจ้าจะกวาดเสียจนสะอาดสะอ้าน แต่อีกประเดี๋ยวก็จะกองสุมใหม่ จะไม่เท่ากับเสียแรงเปล่าอย่างนั้นหรือ”
ผู้ที่อยู่ในเรือนตู้จวินต่างพูดน้อยประหยัดถ้อยคำ
ไม่มีผู้ใดตอบเขา
เจี้ยนซูเดินถือชามยาเข้ามาจากระเบียงทางเดิน เมื่อเห็นเขาก็ชะงักฝีเท้า “คุณชายติ้งเฟย วันนี้เซียนเซิงไม่ออกไปที่