ร่างส่ายโอนเอนเล็กน้อย สุดท้ายก็หงายหลังล้มหมดสติ
จางเจอใจหายวาบ โชคดีที่ตอบสนองรวดเร็วรับนางเอาไว้ทัน
หญิงสาวเอวบางร่างน้อย แก้มขาวนวลเนียนทว่าซูบเซียวเพราะความเหนื่อยล้าจากการเดินทางรอนแรมตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมานางหลุบเปลือกตา คิ้วเรียวบางประดุจใบหลิวทั้งสองข้างเองก็คลายออก
คล้ายจะหลับไปแล้ว
เดิมทีเสียวเปั่ามองดูจากอีกด้านหนึ่งของชายคา ครั้นเห็นเจียงเสวี่ยหนิง ล้มหมดสติก็สะดุ้งโหยง คิดจะปราดเข้ามาประคอง
แต่เมื่อเห็นจางเจอรับไว้ได้ทัน ฝีเท้าก็ชะงัก
ถัดออกไปอีกช่วงหนึ่งเขามองเห็นเซี่ยเวยยืนมองภาพเหตุการณ์นี้อยู่ไกล ๆ ณ ปลายสุดทางเชื่อม แต่ไม่เดินเข้ามา ส่วนใต้เท้าจางผู้อยู่ใกล้กันตรงนี้สีหน้าแปรเปลี่ยนหลายครา ก่อนจะกลับคืนสู่ความเงียบขรึมเย็นชาดังเดิม เพียงช้อนเอวอุ้มคุณหนูรองเจียงซึ่งหมดสติไปแล้ว จากนั้นเดินผ่านเขาไปวางร่างนางกลับลงบนเตียงภายในห้องเบา ๆ ทั้งยังช่วยเหน็บชายผ้าห่มให้อย่างเอาใจใส่
————–
ในที่สุดหิมะก็ตกท้องฟั้าเหนือเมืองทงโจวปกคลุมด้วยเมฆครึ้มสายลมหนาวที่พัดผ่านตั้งแต่ช่วงกลางวันเริ่มทวีความหนาวเย็นเป็นอันมาก ครั้นพลบค่ำก็เริ่มมีหิมะตก เกล็ดหิมะลักษณะคล้ายขนห่านโปรยปรายจากฟากฟั้า ไม่ถึงครึ่งชั่วยามก็ปกคลุมหลังคาบ้านภายในเมืองเป็นสีขาวโพลน ยอดสนบนเนินเขาของอารามซั่งชิงมีหิมะพูนเป็นกอง ๆจนมองไกล ๆ คล้ายทุ่งบุปผาน้ำแข็ง
หากเซียวติ้งเฟยจำไม่ผิด สภาพอากาศเช่นนี้เซี่ยเวยร