ะไรให้สนทนากับจางเจอ?
เจียงเสวี่ยหนิงนั่งในห้องครู่หนึ่ง สุดท้ายก็อยู่ไม่เป็นสุขจึงลุกไปยังใต้ชายคานอกห้องทอดสายตามองภูเขาทางด้านหลังเรือนพัก
ลานเรือนปลูกต้นสนโบราณอยู่ไม่น้อย
จากประตูใหญ่ทางหลังเขามีทางเดินทอดยาวมาถึงสถานที่แห่งนี้ ทว่าปัจจุบันมีทหารจำนวนมากเฝั้าสองข้างทาง ไม่ว่าใครเดินผ่านเส้นทางสายนี้ นางจะมองเห็นได้ชัดเจน
แต่มองอยู่นานก็ไม่เห็นจางเจอ
หัวใจของนางหวิววูบ
จนเวลาล่วงเลยเกือบสองเค่อถึงเห็นทหารที่เฝั้ารักษาการณ์มองไปด้านหลังพร้อมค้อมกายเล็กน้อย คล้ายกำลังคารวะใครบางคน
เจียงเสวี่ยหนิงพลันใจเต้นรัวต่อมาในที่สุดนางก็มองเห็นเงาร่างอันแสนคุ้นเคยเดินออกมาจากภูเขาทางด้านหลังบาดแผลมีผ้าพันลวก ๆ แต่ถึงกระนั้นเสื้อคลุมสีน้ำเงินก็อาบชุ่มโลหิตจนกลายเป็นสีดำมาตั้งนานแล้ว ใบหน้าค่อนข้างซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัดเนื่องจากเสียเลือดมากเกินไป
ไม่เป็นไร
เขาไม่เป็นไร!
ชั่วอึดใจที่เห็นว่าเขาปลอดภัยสบายดี เจียงเสวี่ยหนิงก็รู้สึกเพียงว่าดวงใจพองโตจนแทบจะล้นออกจากอก ปรี่เข้าหาเขาอย่างไม่อาจควบคุมตนเองได้ “ใต้เท้าจาง!”สีหน้าของจางเจอเหมือนท่อนไม้ที่แห้งเหี่ยว
เมื่อนางเห็นเขาดวงใจก็เปียมไปด้วยความปีติยินดี ไม่ได้สังเกตรายละเอียดใด ๆ ทั้งสิ้น รอยยิ้มคลี่ประดับริมฝีปาก “ท่านไม่เป็นอะไร ช่างดีเหลือเกิน…”
ดีเหลือเกิน
พูดยังไม่ทันจบก็รู้สึกว่าหนังตาหนักอึ้งกว่าเดิมหลายส่วน นางพยายามกะพริบตาสุดกำลัง