ำความหวาดกลัวทั้งหมดที่นางมีต่อคนผู้นี้กลับคืนมา
นี่คือผู้ที่เคยสังหารหมู่เชื้อพระวงศ์
นี่คือผู้ที่เคยกวาดล้างตระกูลเซียวจนสิ้นซาก
และคือผู้ที่ตรึงศีรษะโจวอิ๋นจือซึ่งเป็นคนสนิทของนางกับประตูวังหลวงเขามิใช่นักปราชญ์ผู้มีเมตตาอะไรนั่นเลย!
แต่เพราะเหตุใดกัน เพราะเหตุใดต้องเกิดจิตสังหารต่อจางเจอด้วย?
ทั้งคู่ต่างเป็นขุนนางราชสำนักเหมือนกันนี่นา
อีกทั้งครั้งนี้มีตระกูลเซียวมาร่วมด้วย เซี่ยเวยไม่เหมือนคนที่สนใจว่าใครจะแย่งผลงานเลยสักนิด
นางผินหน้ากลับไปมองจางเจอ เมื่อเห็นว่ามีทหารสองนายกำลังทำแผลให้เขาจริง ๆ จึงหลุบตาลง กำหมัดซึ่งทิ้งอยู่ข้างตัวเบา ๆ สุดท้ายยังคงเดินเข้าหาเซี่ยเวยทีละก้าวแต่ละฝีก้าวล้วนอกสั่นขวัญแขวนประหนึ่งกำลังเดินเหยียบคมดาบ
เสื้อคลุมนักพรตสีขาวดุจหิมะอันหลวมกว้างของเขาต้องลมจนกระพือขึ้น แววตานิ่งเฉยจับอยู่บนใบหน้านางตามการขยับเข้าใกล้ บังเกิดเป็นความกดดันที่ทำให้หายใจไม่ทั่วท้อง
เจียงเสวี่ยหนิงก้มศีรษะ “เซียนเซิง”
เซี่ยเวยมองเส้นผมดำขลับที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยและแก้มที่มีคราบโลหิตหลายสายจากการถูกหนามกรีด จากนั้นจึงมองริมฝีปากที่เริ่มคล้ำเขียวและชุดกระโปรงผ้าหยาบอันยับย่นอยู่บ้างบนร่างนางอีกครา แล้วความสงบก็ปรากฏกลางหว่างคิ้ว“เมื่อครู่ตอนข้ายิงเกาทัณฑ์ ไยเจ้าจึงไปขวางหน้าใต้เท้าจาง”
เจียงเสวี่ยหนิงอึกอักไม่กล้าตอบ
เซี่ยเวยหัวเราะเบา ๆ คล้ายหัวเราะคล้ายไม่ได้หัวเราะ “เด็กส