ยงเสวี่ยหนิงเห็นใบหน้าของคนผู้นี้ได้ชัดเจน
ดาบของหวงเฉียนที่กดบนลำคอแผ่ความเย็นเยียบเสียดกระดูก
นางมองเห็นนัยน์ตาของคนผู้นี้ได้แจ่มแจ้ง
เขาให้ความรู้สึกไม่ต่างจากเซี่ยเวยผู้ก่อกบฏในชาติก่อนเลย…
ถลกผิวหนังของนักปราชญ์ กรีดเปิดดวงใจของจอมมารออกมาให้เห็น
ฝั่ายนิกายสวรรค์คล้ายไม่ล่วงรู้สถานะของคนผู้นี้
เซียวติ้งเฟยซึ่งเดิมคิดจะหลบหนีแต่พลาดพลั้งหนีไม่พ้น บัดนี้เสื้อผ้าที่สวมใส่เปือนเปรอะไปหมดแล้ว ยามนี้เมื่อเห็นเซี่ยเวยก็ทำได้เพียงลอบถอยเงียบ ๆ ไปซ่อนหลังฝูงชนพร้อมก้มศีรษะต่ำ คล้ายกลัวถูกผู้ใดพบเห็นอย่างไรอย่างนั้น
ส่วนเฝิงหมิงอวี่กับอู๋เฟิงกลับรู้สึกเหลือเชื่อ
พวกเขาคือตั๊กแตนตำข้าวที่กำลังจับจักจั่นคิดไม่ถึงเลยว่ายังมีนกขมิ้นตามอยู่ข้างหลัง[1]!
พวกเขาเหลือคนราว ๆ ร้อยกว่า เมื่อเทียบกับกลุ่มคนหนาตาที่ยืนมองพวกตนจากบนภูเขาหินก็เห็นชัดว่าไม่มีกำลังพอจะต้านทานได้จริง ๆยิ่งไปกว่านั้นฝั่ายตรงข้ามยังมีมือเกาทัณฑ์จำนวนมากขนาดนั้นอีกด้วย
โชคยังดีที่พวกเขายังมีตัวประกัน
หวงเฉียนแสร้งสงบเยือกเย็น “คิดไม่ถึงว่าราชสำนักจะส่งกำลังมาสองสาย นิกายเราคำนวณผิดพลาดไปเสียแล้ว แต่ขุนนางราชสำนักของพวกเจ้ารวมถึงสตรีผู้นี้ล้วนอยู่ในกำมือเรา!หากพวกเจ้าก้าวมาเพียงก้าวเดียว ข้าจะฆ่านางทันที!”
เสื้อคลุมนักพรตของเซี่ยเวยต้องสายลมจนพองตัวและพลิ้วไหว เขามองหวงเฉียนผาดหนึ่งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “นางเป็นใคร