ภัยอีกคราหรือไรกระทั่งเซียวติ้งเฟยเห็นสารลับ
เขาพลันกระจ่างแจ้ง ไม่ว่าในกาลก่อนจะมีแผนการอันใด ยามที่สารลับฉบับนี้ส่งถึงมือนิกายสวรรค์ นั่นหมายความว่าตู้จวินไม่คิดจะเก็บจางเจอเอาไว้!
เซียวติ้งเฟยก่อเรื่องมามากพอแล้ว เขากลัวเพียงว่าคนแซ่เซี่ยจะแค้นฝังใจ
แล้วเวลาเช่นนี้ตนจะไม่ว่านอนสอนง่ายได้อย่างไรเล่า
หากวันใดตนตกในเงื้อมมือเขาและถูกคิดบัญชีเก่าจะได้มีอะไรหยิบยกขึ้นมาเพื่อชดเชยความผิดได้บ้าง ดังนั้นเมื่อสักครู่เซียวติ้งเฟยจึงเปลี่ยนเปั้าโจมตีของหัวข้อสนทนาไปเล่นงานจางเจอโดยไม่ให้อีกฝั่ายทันตั้งตัว
ด้วยกลัวว่าจะมาตายที่นี่และกลัวจะตกอยู่ในกำมือตู้จวิน เขาที่รักชีวิตจึงฝึกหนีเอาตัวรอดอย่างฉับไวมาตั้งแต่แรก
ตลอดทางที่เซียวติ้งเฟยหลบหนีออกมาจากตัววิหารปราศจากภยันตรายใด ๆ
ประตูใหญ่ของอารามซั่งชิงอยู่ข้างหน้า หากวิ่งพ้นไปสำเร็จก็จะปลอดภัย เซียวติ้งเฟยเห็นแล้วพลันรู้สึกยินดีปรีดา
ทว่ารอยยิ้มเพิ่งประดับใบหน้าได้ครู่เดียวนักพรตน้อยซึ่งเฝั้าประตูอารามก็วิ่งพรวดพราดหน้าตาตื่นเข้ามาอย่างหวาดกลัวพลางโวยวายลั่น“แย่แล้ว แย่แล้ว! ราชสำนักส่งคนมาโอบล้อมแล้ว!”
เมื่อคำกล่าวนี้หลุดออกมา ทุกคนในอารามต่างตื่นตระหนกทันที
เซียวติ้งเฟยก็นิ่งอึ้งในบัดดล ไม่นานนักเสียงโห่ร้องฆ่าฟันกึกก้องจากภายนอกก็ลอยเข้าโสตประสาททันที
เกิดเสียงดังโครม ประตูใหญ่ประดับห่วงทองเหลืองสองบานนอกอารามถูกแรงมหาศาลจากภายนอกกระแทกล้ม