วลเกินไป นางจึงกัดฟันอดกลั้น
ใบหน้าขาวซีดปรากฏสีคล้ำเล็กน้อย
จางเจอเคยบอกให้นางแกล้งปั่วยตอนฟั้าสางจริง ทว่าท่าทางตอนนี้ไหนเลยจะเป็นการแสร้งปั่วยได้อีก ยามนี้ผู้ที่เคยสงบเยือกเย็นและสงวนท่าทีมาตลอดเช่นเขากลับรู้สึกว่าฝั่ามือท่วมเหงื่อจนแทบเสียกิริยา
เขายืนอยู่ข้างเตียง ทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ
เฝิงหมิงอวี่เห็นท่าทางเช่นนี้ก็รู้ว่าจางเจอกังวลจนจิตใจสับสน รีบเข้ามาบอก “เหมือนจะเป็นโรคปัจจุบันทันด่วนหรือไม่ก็ถูกพิษร้ายแรงบางอย่าง ข้าเป็นชาวยุทธภพพอจะรู้วิชาแพทย์อยู่บ้าง ขอเชิญใต้เท้าจางช่วยขยับหลบไปก้าวหนึ่ง ข้าจะช่วยตรวจชีพจรให้น้องสาวท่านเอง”
ความเจ็บปวดถาโถมรุนแรง ลำคอก็แห้งผากราวกับถูกแผดเผา
เจียงเสวี่ยหนิงกลัวยิ่งนัก
นางเอื้อมมือกระตุกชายเสื้อจางเจออย่างอ่อนแรง
จางเจอจึงทำได้เพียงขยับไปครึ่งก้าวและพูดกับนางว่า “ไม่ไปหรอก ข้าจะอยู่…”เกิดความเคลื่อนไหวใหญ่โตเช่นนี้กลางดึกทำให้หลายคนพลอยรู้เรื่อง ไปด้วย
ยามนี้เซียวติ้งเฟยผู้ทำตามอำเภอใจไม่เกรงกลัวใครและชมชอบความสนุกสนานย่อมมาถึงนอกประตูแล้ว เมื่อปราศจากคนขัดขวาง เขาจึงเดินตามเข้ามา ยังไม่ทันเข้าใกล้ก็แลเห็นใบหน้าปรากฏสีคล้ำเขียวเล็กน้อยของเจียงเสวี่ยหนิงอยู่ลิบ ๆ หนังตาเขากระตุกอย่างรุนแรง
ครั้นเห็นเสียวเปั่าอยู่ใกล้ ๆ ก็ใจหายวาบ
เฝิงหมิงอวี่ยกมือตรวจชีพจรให้เจียงเสวี่ยหนิง
สายตาของทุกคนจับบนใบหน้าเจ้าตัว
คิดไม่ถึงว่าเขาใช้นิ้วแตะข้อมื