ที่เขามาเสี่ยงอันตรายแท้ ๆ แต่ยังพาสตรีมาเฝั้าติดตาม เรื่องนี้ไม่ว่าจะคิดเช่นไรก็ไม่สมเหตุสมผล อีกฝั่ายจึงคิดจะถามหยั่งเชิงเพื่อล้วงข้อมูลบางอย่าง จึงจับเขากับเจียงเสวี่ยหนิงแยกออกจากกัน
เพียงแต่ชาติกำเนิดของเจียงเสวี่ยหนิงนั้น…จางเจออ้าปากแล้วก็หุบ สุดท้ายจึงเลี่ยงหัวข้อนี้และกลับไปมีสีหน้าเย็นชาอีกครั้ง ตอบกลับแค่ “เรื่องผ่านมานานแล้ว ไม่อยากเอ่ยถึงอีก”
นี่คือสีหน้าท่าทางกริ่งเกรงไม่อยากพูดถึง ไม่เหมือนเสแสร้งแกล้งทำ
เฝิงหมิงอวี่เชี่ยวชาญการจับอารมณ์ความรู้สึกของคนเช่นกัน
ครั้นคิดได้จึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา พูดคล้ายติดตลกว่า “แม่นางน้อยผู้นี้ค่อนข้างเอาใจยากอยู่บ้าง ถือว่าข้าผิดใจกับนางไปแล้ว ไม่ทราบว่าน้องสาวท่านมีสิ่งที่ชอบบ้างหรือไม่ จะเป็นของกินหรือของเล่นก็ได้ ข้าขอถามเอาไว้ล่วงหน้าเสียหน่อย พอเข้าเมืองแล้วจะได้สั่งให้เหล่าพี่น้องในนิกายไปจัดหา เผื่อว่าน้องสาวท่านจะสำราญใจและคลายโทสะไปได้บ้าง”
เปลือกนอกนั้นจางเจอเป็นผู้ได้รับบัญชามาจากตู้จวินซานเหริน
คำพังเพยกล่าวเอาไว้ว่าต่อให้ไม่เห็นแก่หน้าสมณะก็ต้องเห็นแก่หน้าพระพุทธรูป
เฝิงหมิงอวี่ให้เกียรติจางเจออยู่บ้าง จึงพลอยให้เกียรติน้องสาวของจางเจอไปด้วย อีกทั้งนางยังไม่ได้ทำอะไรผิดจนถึงขั้นจะต้องตำหนิรุนแรงการที่เขาพูดถึงนางเช่นนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอันใดแต่จางเจอเชี่ยวชาญการสอบสวนคนร้ายในคุกมาช้านาน ย่อมรู้ดีว่าหากคนร้ายสองคนร่วมกั