ทว่ากลับเอ่ยถามโดยเลี่ยงหัวข้อการอภิเษกสมรสเชื่อมสัมพันธไมตรี “หัวหน้ากอง พรุ่งนี้หนิงหนิงไม่มาหรือ”
เมื่อทราบข่าวการอภิเษกสมรสเชื่อมสัมพันธไมตรีกับต๋าต๋า เสิ่นจื่ออีกลับยอมรับอย่างสงบโดยไม่ร่ำไห้หรืออาละวาดใด ๆ อาจเพราะนางมีท่าทีนิ่งเฉยเช่นนี้เองจึงกลายเป็นการกระตุ้นความรู้สึกผิดที่มีอยู่เพียงน้อยนิดของพระเชษฐาเช่นเสิ่นหลาง เขาถามว่านางต้องการสิ่งใดหรือไม่ จะพยายามทำให้นางพึงพอใจสุดความสามารถ
นางเพียงตอบกลับว่าต้องการให้เหล่าสหายร่วมศึกษากลับวังมาร่ำเรียนเขียนอ่าน
เพื่อปลอบใจเสิ่นจื่ออี เสิ่นหลางจึงตกลงทันควัน สั่งให้คุณหนูซึ่งเคยได้รับการคัดเลือกเป็นพระสหายร่วมศึกษาเข้าวังหลวงมาในช่วงเย็นแต่จวนตระกูลเจียงกลับถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ กราบทูลว่าเจียงเสวี่ยหนิงล้มปั่วยเพราะไม่อาจทนความหนาวเย็น อีกทั้งคนตระกูลเจียงยังเกรงว่านางจะแพร่อาการปั่วยให้องค์หญิง จำต้องรอให้หายปั่วยเสียก่อนถึงจะเข้าวังได้
หัวหน้ากองซูไปสืบข่าวมาแล้วเช่นกัน จึงปลอบใจนาง “จวนตระกูลเจียงเชิญท่านหมอมากฝีมือไปตรวจอาการ แจ้งว่าถึงอาการรุนแรงแต่ก็คงที่แล้ว อีกไม่กี่วันจะเข้าวังได้ ขอพระองค์อย่ากังวลพระทัยเลยนะเพคะ”
เสิ่นจื่ออีกลับรู้สึกจิตใจว่างเปล่า
ถ้าหนิงหนิงไม่มา ไม่ว่าสหายร่วมศึกษาคนอื่นจะมาหรือเปล่าก็ไม่ต่างอันใด
ยิ่งไปกว่านั้น…
นางหยักริมฝีปากโค้งอย่างเงียบงัน “นั่นสินะต่อให้หนิงหนิงเข้าวังมาตอนนี้ก็ไม่มีอะ