ักจะเกิดขึ้นเสมอ
ตอนแรกทัพของเซี่ยเวยตั้งค่ายใหญ่อยู่นอกศาลเจ้าร้างที่พวกของเจียงเสวี่ยหนิงเคยหยุดพักเท้า
ศาลเจ้าซึ่งแต่เดิมทรุดโทรมถูกเก็บกวาดจนสะอาดสะอ้าน
เจี้ยนซูเดินกลับมาจากปั่าที่มีแต่ความแห้งเหี่ยวและมืดทึบ ขณะก้าวเข้ามาในศาลเจ้าก็เห็นเซี่ยเวยนั่งขัดสมาธิบนเบาะผ้าแพรสะอาดตรงมุมห้อง กำลังทอดสายตามองพระโพธิสัตว์ไร้เศียรนัยน์ตาดำขลับลุ่มลึกซ่อนอยู่ในเงามืดกึ่งหนึ่งมืดมนเสียจนยากจะมองเห็นแสงสะท้อนในดวงตา
เขาสวมชุดหนามาก ส่วนริมฝีปากบางก็ไร้สีเลือด
แม้ยังคงสงบนิ่งและดูเป็นมิตร ทว่ากลางหว่างคิ้วทวีความเย็นเยียบราวกับมีน้ำแข็งค้างแผ่นบาง ๆ เกาะอยู่หลายส่วน
เจี้ยนซูค้อมกายแจ้ง “ข้าน้อยพบสัญลักษณ์ที่เสียวเปั่าทิ้งเอาไว้บนเปลือกไม้ด้านนอก มีสตรีผู้หนึ่งร่วมเดินทางกับจางเจอจริง เขาปกปั้องดูแลนางยิ่งนัก เกรงว่าคงเป็นคุณหนูรองเจียงขอรับอีกอย่าง…”
ร่วมเดินทางกับจางเจอ เขาปั้องปกปั้องดูแลนางยิ่งนัก…
นางกลับไม่ห่วงความปลอดภัยของตนเองเลย
พระโพธิสัตว์องค์นี้มีแต่กายปราศจากเศียรยามอยู่ใต้แสงหรุบหรู่จึงดูน่าพรั่นพรึงเป็นพิเศษ
เซี่ยเวยยังคงทอดสายตามอง เพียงถามว่า“ยังมีเรื่องอะไรอีก”เจี้ยนซูลังเลครู่หนึ่ง เสียงเบาลงหลายส่วน“เสียวเปั่าแจ้งว่านอกจากหวงเฉียนกับเฝิงหมิงอวี่แล้ว คราวนี้คุณชายติ้งเฟยก็มาด้วยขอรับ”
สองขาขัดสมาธิ สองมือจึงประทับบนหัวเข่าตามธรรมชาติ
แขนเสื้ออันหลวมกว้างของเขาคลุมปิดหลังมื