มาจากนิกายสวรรค์ เมื่อปล้นคุกแต่ไม่พบร่องรอยของกงอี๋เฉิงจึงปล่อยตัวคนอื่นในคุกออกมาหมด แน่นอนว่าคิดจะดึงคนกลุ่มนี้มาเป็นพวกและรับตัวไว้ใช้งานด้วยเพียงแต่พอได้ยินการตั้งคำถามก็อดย่นหัวคิ้วไม่ได้
สาวกนิกายสวรรค์ย่อมเชื่อฟังคำพูดของพวกตน
หวงเฉียนไม่ห่วงทางพวกนั้นมากนัก เพียงประสานมือให้กลุ่มคนที่หลบหนีจากคุกหลวงอธิบายด้วยท่าทีเหมือนจะเป็นมิตร “ผู้กล้าทุกท่านโปรดอยู่ในความสงบอย่าเพิ่งรีบร้อน ยามนี้ไม่เหมือนกาลก่อน คดีของกลุ่มผิงหนานอ๋องเพิ่งจะดึงจวนหย่งอี้โหวเข้ามามีส่วนร่วม ส่วนพวกข้าก็เพิ่งจะปล้นคุก หากมีแค่คนของนิกายสวรรค์ย่อมตรงเข้าเมืองได้เลยอยู่แล้ว ทว่าผู้กล้าทุกท่านล้วนมีคดีติดตัว เพิ่งหนีจากคุกกันมาเช่นนี้ควรระวังตัวไว้ก่อน หน่วยสอดแนมของนิกายเราออกเดินทางล่วงหน้าเข้าเมืองไปสืบข่าวแล้ว อีกสักครู่เมื่อกลับมาหากแจ้งว่าในเมืองปลอดภัยพวกเราย่อมได้เข้าเมืองแน่ หวังว่าผู้กล้าทุกท่านจะให้อภัยด้วย”
มีคนระเบิดโทสะเพราะพอจะจับความนัยจากคำพูดอีกฝั่ายได้ “ความหมายของเจ้าวิหารหวงคือพวกข้าเป็นตัวถ่วงนิกายท่านหรือ”
หวงเฉียนหน้าเปลี่ยนสี
ส่วนเฝิงหมิงอวี่เป็นจิ้งจอกเฒ่า ยิ้มกริ่มเอ่ยว่า“นิกายของเราย่อมไม่มีความคิดเช่นนั้น ทั้งหมดเป็นเพราะคิดอ่านแทนผู้กล้าทุกท่านจริง ๆ”
ชายฉกรรจ์ผู้เปล่งวาจาเป็นคนรูปร่างกำยำขนคิ้วตั้ง ดวงตาถมึงทึง เห็นชัดว่าเป็นคนอารมณ์ร้าย
แต่ถึงกระนั้นสถานการณ์ตอนนี้ก็บีบให้ต