้องจำยอมจริง ๆ
หากนิกายสวรรค์ไม่ได้ปล้นคุก ขณะนี้พวกเขาคงต้องรับโทษรอคอยความตายอยู่ในคุกหลวง
ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้ฉลาดหัวไวกลัวว่าจะเกิดความขัดแย้งรีบคว้าตัวคนผู้นั้น หัวเราะพลางเกลี้ยกล่อมแสดงตนเป็นผู้ไกล่เกลี่ย “เจ้าวิหารหวงเป็นถึงวีรบุรุษชื่อเลื่องลือในยุทธภพ พี่หลี่ท่านพูดจาเพ้อเจ้อเหลวไหลอะไรน่ะ”
อีกทั้งที่นี่ก็มิใช่สถานที่ที่พวกเขาจะมีปากเสียงอะไรได้
เมื่อเห็นว่าชายฉกรรจ์แซ่หลี่ย่นหัวคิ้วคล้ายยังไม่เต็มใจ คนผู้นี้จึงรีบส่งสายตาปรามโดยเหลือบมองเมิ่งหยางซึ่งนั่งเงียบอยู่ด้านข้าง
ตอนเที่ยงทุกคนเปลี่ยนชุดนักโทษกันแล้วในช่วงพักเท้าตรงหมู่บ้านระหว่างทาง
ขณะนี้เมิ่งหยางสวมชุดสีเทาทั้งร่างเขาถูกขังคุกมานาน เสื้อผ้าไม่อาจปิดบังแผลเป็นบนร่างกายตั้งแต่หน้าอกไล่ไปถึงลำคอผมเผ้าซึ่งเดิมทียุ่งเหยิงมัดด้วยแถบผ้าผืนหนึ่งเผยให้เห็นใบหน้าสงบนิ่งเป็นมิตร แม้แต่สายตาก็ไม่ได้ดูดุร้ายเท่าไร ตรงกันข้ามกลับธรรมดาสามัญอย่างเห็นได้ชัด
อันที่จริงเมิ่งหยางก็ได้ยินการถกเถียงกันเกี่ยวกับประเด็นจุกจิกมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วยามนี้เมื่อสายตาทุกคนจับที่ใบหน้าตน จึงเงยศีรษะส่งยิ้มอวดฟันขาวสะอาดเป็นระเบียบให้ราวกับไม่ค่อยเข้าใจนัก “ไฉนจึงยังมัวยืนกันอีกไม่นั่งลงเล่า”
ช่างเป็นรอยยิ้มอันสง่างามเปียมไมตรีเสียจริงทว่าเมื่อใครต่อใครพอเห็นแล้วกลับอดร่างสั่นสะท้านไม่ได้ บังเกิดความหวาดกลัวที่ไม่สมควรมีหลายส่วนโดยไม่ทรา