แต่บัดนี้เชื่อแล้ว เคยได้ยินมาตลอดว่านิกายสวรรค์มีคุณธรรมน่าเกรงขาม ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับราษฎรในใต้หล้า แต่ดูท่านไม่เหมือนสาวกนิกายสวรรค์แม้แต่น้อย”
เซียวติ้งเฟยกลอกตา “เจ้าอย่าพูดเพ้อเจ้อไร้สาระได้หรือไม่ ถึงเปลือกนอกข้าจะดูสำมะเลเทเมา แต่ภายในน่ะคำนึงถึงใต้หล้า คำกล่าวนั้นเขาว่ากันอย่างไรนะ ก่อนใต้หล้าหรือหลังใต้หล้าอะไรสักอย่าง…”
เฝิงหมิงอวี่กับหวงเฉียนเพิ่งเดินเข้ามาก็ได้ยินประโยคนี้พอดี เลือดลมแทบตีขึ้นสมอง
เฝิงหมิงอวี่โมโหจนถลึงตา
หวงเฉียนเองก็กลัวผู้อื่นจะนึกว่าสาวกนิกายสวรรค์เป็นคนแบบนี้กันหมด รีบปราดเข้ามาพูดคลี่คลายสถานการณ์ “คำกล่าวคือ ‘ยามปวงชนใต้หล้ามิกังวลพึงกังวลก่อน ยามปวงชนใต้หล้ามีความสุขจึงสุขสำราญ’ เพียงแต่คำสอนของนิกายเราคือ ‘ใต้หล้าล้วนเท่าเทียม’ คุณชายติ้งเฟยของพวกข้ากำลังล้อเล่นกับทุกคนอยู่น่ะ อย่าได้ถือสาเลยนะ”
ใครดูไม่ออกบ้างเล่าว่าเซียวติ้งเฟยเป็นคนเช่นไร
บางคนแสร้งส่งยิ้ม ส่วนบางคนผงกศีรษะไว้หน้า
เจียงเสวี่ยหนิงอยู่ในประเภทไว้หน้าผู้อื่น อีกทั้งไม่ว่าจะฟังเข้าใจหรือไม่ นางก็ยังพยักหน้าเอ่ยว่า “เยี่ยมยอดเหลือเกิน นี่คืออุดมคติของนักปราชญ์ที่มีมาตั้งแต่โบราณเลยเจ้าค่ะ”
หวงเฉียนคิดในใจว่าแม่นางน้อยผู้นี้พอจะรู้ความอยู่บ้าง ครั้นกำลังจะรับคำชม คิดไม่ถึงว่ากลับมีเสียงหัวเราะเย้ยหยันพร้อมคำกล่าวประชดประชันดังแทรกมาจากด้านข้าง “ใต้หล้านี้มีผายลมอะไรให้เท่าเทียมเ