ล่า ด้วยสภาพของแผ่นดินยามนี้ ข้าว่าคำสอนของนิกายเจ้าช่างไร้ความหมายจริง ๆ”
เสียงนี้ทั้งแหบแห้งและหยาบกระด้าง ดังกระแทกจนระคายเยื่อแก้วหู
ครั้นเจียงเสวี่ยหนิงได้ยินก็หนังตากระตุกเคลื่อนสายตาไปมองพร้อมทุกคน เห็นชัดว่าผู้ที่เพิ่งพูดเมื่อครู่คือเมิ่งหยาง ไม่รู้เขาหิ้วไหสุรามาจากที่ใด ขณะนี้นั่งเหยียดขาทั้งสองอยู่ข้างกองไฟสาบเสื้อแบะกว้าง ดื่มสุราพลางกล่าววาจานั้น
ใบหน้าซึ่งเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นของเฝิงหมิงอวี่พลันฉายแววระแวดระวังหลายส่วนเจียงเสวี่ยหนิงเองก็ดูตื้นลึกหนาบางของคนผู้นี้ไม่ค่อยออก แต่ถึงกระนั้นลางสังหรณ์ของนางก็สัมผัสได้ถึงความอันตรายอยู่ไม่น้อย
วงสนทนาปราศจากคนพูดต่อในบัดดล
ทว่าถ้อยคำเมื่อครู่ของเมิ่งหยางกลับกระตุ้นความสะเทือนใจของคนบางส่วน ผ่านไปครู่หนึ่งก็มีคนส่ายหน้าถอนใจ “อันที่จริงสิ่งที่ผู้ผดุงความเที่ยงธรรมเมิ่งกล่าวมาไม่ถูกต้องหรืออย่างไรสภาพของแผ่นดินยามนี้ช่างเหลือเกินจริง ๆ ข้าได้ยินตั้งแต่ตอนอยู่ในคุกแล้วว่ามีการจับกุมจวนหย่งอี้โหวเข้าคุกหลวงทั้งตระกูล นั่นคือตระกูลขุนนางผู้จงรักภักดีที่รบเพื่อต้าเฉียนจนชนะมานับครั้งไม่ถ้วนเชียวนะ อยู่ดีไม่ว่าดีกลับถูกใส่ไคล้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกกบฏจนต้องถูกจำคุกเมื่อวานตอนพวกท่านปล้นคุกหลวงกันน่ะช้าไปก้าวหนึ่ง ครอบครัวจวนโหวถูกเนรเทศไปหวงโจวเสียก่อนแล้ว ช่างน่าสงสารเสียจริง ราชสำนักทุกวันนี้หูตามืดบอด เก็บส่วยและภาษีหนักข้