อขึ้นทุกวัน ราษฎรไม่อาจใช้ชีวิตได้อย่างเป็นสุข แล้วยังจะมาพูดถึงเรื่อง ‘ใต้หล้าล้วนเท่าเทียม’ กันอีกหรือ!”
ชื่อของจวนหย่งอี้โหวเป็นที่รู้จักของราษฎรต้าเฉียนไม่มากก็น้อย
เพราะถึงอย่างไรท่านโหวเยี่ยนมู่ก็เคยรบทัพจับศึกมาเป็นเวลาช้านาน ต่อสู้กับคนเถื่อนที่เข้ามารุกรานตามชายแดนจนถอยร่นมาแล้วหลายครั้งหลายครา สุดท้ายคนเถื่อนพวกนี้จึงกลัวเกรงและยอมศิโรราบต่อต้าเฉียน ด้วยเหตุนี้อาณาประชาราษฎร์จึงมีช่วงเวลาได้หายใจหายคอกันบ้าง
ในที่สุดก็เกิดการค้าระหว่างชายแดน
ทว่าไม่นานมานี้ชีวิตของพ่อค้าตามชายแดนเริ่มลำบากมากขึ้น
หากไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้น่ะยังดี แต่ครั้นเอ่ยขึ้นมาก็ทำให้อดหวนนึกถึงอดีตไม่ได้ จึงมีคนกล่าวขำ ๆ“พูดไปแล้วก็ไม่กลัวพวกเจ้าหัวเราะเยาะหรอกนะ สมัยก่อนตอนข้าถูกบีบคั้นจนต้องขึ้นไปเป็นหัวหน้าโจรบนภูเขาก็เคยคิดจะลงมาเข้าร่วมกับกองทัพใต้บัญชาการของแม่ทัพเยี่ยนเช่นกัน ได้ยินว่าซื่อจื่อน้อยเยี่ยนแม้จะยังเยาว์วัย แต่กลับสืบสานปณิธานจากบิดาและมิได้อ่อนด้อย น่าเสียดาย ยังไม่ทันสมความปรารถนาข้าก็ถูกพวกโจรถ่อยจากราชสำนักจับเข้าคุกเสียแล้ว ทว่าผู้ใดจะคาดคิด ฮิ ๆ มารดามันเถอะ ดันมาเจอแม่ทัพเยี่ยนอยู่ในคุกด้วย!”
เมื่อพูดถึงช่วงท้ายก็อดห่อเหี่ยวใจหน่อย ๆไม่ได้
เมิ่งหยางดื่มสุราของตนตรงหัวมุม ไม่เอ่ยอะไรอีก
ชายฉกรรจ์แซ่หลี่ซึ่งพูดต่อต้านเฝิงหมิงอวี่กับหวงเฉียนก่อนหน้านี้ระเบิดอารมณ์อีกครา กล่าวอย่าง