จียงเสวี่ยหนิงอดเลิกคิ้วไม่ได้
จางเจอจึงพูดอีกครึ่งหนึ่ง “พวกนั้นยังไม่เชื่อสถานะของข้าอย่างสนิทใจ”
ใช่แล้ว
อยู่ดีไม่ว่าดีมีคนเช่นนี้โผล่มา ต่อให้เชื่อไปแล้วแปดส่วน แต่เพื่อความปลอดภัย ที่เหลืออีกสองส่วนก็ยังต้องขอให้นิกายสวรรค์มาตรวจสอบใบหน้าสักคราเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดอยู่ดีหากพลั้งเผลอชักศึกเข้าบ้านจะก่อให้เกิดเรื่องที่ไม่อาจแก้ไขได้
เจียงเสวี่ยหนิงคิดถึงจุดนี้หัวคิ้วก็ขมวดมุ่นกังวลเล็กน้อยอย่างอดไม่อยู่
เพียงแต่ขณะนี้ต้องเดินทางไปพร้อมทุกคนจึงไม่ใช่เวลาจะมาสนทนากันอีก
หากมีข้อสงสัยประการใดก็ทำได้แค่ต้องเก็บงำ
ด้านเซียวติ้งเฟยกลับรู้สึกเบื่อ
ยามเช้าตรู่ขณะกำลังจะออกเดินทางจากศาลเจ้าร้าง เขาเชิญเจียงเสวี่ยหนิงให้โดยสารม้าตัวเดียวกันแต่ถูกปฏิเสธอย่างไร้ไมตรี เขาจึงขี่ม้าลำพังมาตลอดทาง ยามเที่ยงก็ยังอดกลั้นไม่ไปทักทายเจียงเสวี่ยหนิงได้ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้แม้ตนจะขี่ม้าอยู่ข้างหน้า แต่ก็มักเหลียวหลังกลับไปมองอย่างอดใจไม่ไหว
แม่นางน้อยผู้นี้ยวนตายวนใจเกินไปจริง ๆ
นางสวมใส่ชุดธรรมดาและเรียบง่าย มองแวบเดียวไม่มีทางตราตรึงเท่าบรรดาสตรีที่แต่งหน้าประทินโฉมหนาเตอะและเฉิดฉัน ทว่าก็ยังสวยสะคราญจับตา มองเพิ่มหนึ่งครั้งก็งามเพิ่มหนึ่งส่วน ช่วงก่อนหน้านี้สีหน้าท่าทางที่งามตามธรรมชาติแฝงความกังวลมาตลอดทาง บัดนี้กลับเบิกบานยิ่งขึ้นราวกับรู้สึกเป็นอิสระที่ได้ออกจากกรงขัง หางตาและคิ้วแฝงความรู้ส