ึกผ่อนคลายทวีความเพริศพริ้งเปล่งปลั่งกว่าเดิม
เซียวติ้งเฟยรู้ตัวมาตลอดว่าตนเป็นคนหยาบมองผู้อื่นเฉพาะหน้าตา
แต่บางครั้งเขาก็หวังให้ตนหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีกับเรื่องนี้อยู่บ้าง
ทว่าเมื่อมีสตรีสถานะไม่ชัดเจนปรากฏตัว อีกทั้งนางถึงขั้นแสดงท่าทีไม่ยินดีเสวนาด้วย เขาก็พบว่าการจะเป็นคนหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีอะไรนั่นช่างเป็นเรื่องยากเย็นเสียเหลือเกิน
ในที่สุดเขาก็กระตุกบังเหียนชะลอม้าลงเล็กน้อย ไม่นานนักก็มาเดินทางเสมอจางเจอและเจียงเสวี่ยหนิง ใบหน้าของเซียวติ้งเฟยประดับรอยยิ้มราวกับไม่เคยเกิดเหตุการณ์ที่เจียงเสวี่ยหนิงปฏิเสธเขาเมื่อเช้าตรู่ กล่าวด้วยท่าทางคล้ายห่วงใยว่า “ตลอดการเดินทางครั้งนี้จำเป็นต้องทำตัวไม่เด่นสะดุดตา จึงมีแค่ชุดนี้ที่มอบให้แม่นางได้ ถือว่านิกายสวรรค์ของพวกเราดูแลไม่ค่อยทั่วถึงจริงเชียว รอให้เย็นอีกสักหน่อยเมื่อเข้าเมืองแล้วค่อยเปลี่ยนเอาชุดงาม ๆ มาให้แม่นางสวมใส่นะ”
เจียงเสวี่ยหนิงสังเกตเห็นเขาใกล้เข้ามาได้ตั้งแต่แรกแล้ว
เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนี้ก็เพียงเคลื่อนสายตาไปยังอาชาพ่วงพีสีขาวปลอดใต้ร่างเซียวติ้งเฟย สมแล้วที่ภายภาคหน้าจะเป็นสัตว์ขี่ของคุณชายเสเพลผู้ก่อกวนตระกูลเซียวจนเต้นผาง ช่างร่ำรวยเสียเหลือเกิน!
บริเวณใต้คอม้ามีพู่สีแดงประดับไข่มุกและหยกขาว รวมถึงห้อยกระดิ่งสีทองอีกใบ
เมื่อม้าขยับฝีเท้าครั้งหนึ่งกระดิ่งก็ส่งเสียง
ทุกคนจึงรู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้
ม้าก็เหมือนเจ้าของ แต่ง