วันเกิดของนาง จางเจอถึงกับพูดว่าจำได้แล้ว
เจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกว่าต่อให้เป็นช่วงเวลาที่ทั้งสองอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขมากที่สุดในชาติก่อนคนผู้นี้ก็ยังไม่เคยกล่าววาจากับตนด้วยสีหน้าอ่อนโยนเป็นมิตรขนาดนี้เลย หลังจากนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งจึงบังเกิดความปีติยินดีที่ไม่อาจสะกดกลั้นหน่อย ๆ
ทว่าเพียงชั่วอึดใจ นางก็ค่อย ๆ หลุบตาลงอีกครั้ง
ด้านนิกายสวรรค์ไม่สะดวกจะรั้งอยู่ที่นี่นานเกินไปนัก เมื่อสะสางทุกอย่างเสร็จสิ้นก็พาทุกคนจากไป
ม้ามีจำนวนไม่มาก
แต่จางเจอได้รับความไว้วางใจจากนิกายสวรรค์ในขั้นต้นแล้ว ทั้งยังบอกว่าเขาเป็นตัวแทนของตู้จวินซานเหรินด้วย ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าละเลยแม้แต่น้อย สั่งคนให้แบ่งม้าแก่เขาตัวหนึ่ง
ส่วนเซียวติ้งเฟยขี่ม้าตั้งแต่ขามา
ยามนี้เจ้าตัวนั่งบนอาชาพ่วงพีและยื่นมือมาหาเจียงเสวี่ยหนิง ยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ยกล่าวว่า“เส้นทางไปทงโจวคราวนี้ยาวไกลนัก แม่นางอ่อนแอบอบบางเช่นนี้ ให้ข้าเป็นคนพาไปแล้วกัน”
เขาถึงกับเชิญให้นางโดยสารม้าตัวเดียวกัน
เจียงเสวี่ยหนิงรู้ว่าคนผู้นี้สันดานบ้าราคะมองคนแต่ที่ใบหน้า กอปรกับยามนี้นางอารมณ์ไม่ดีอย่างไม่ทราบสาเหตุ ดังนั้นจึงมองเขาเพียงแวบเดียว คร้านจะแยแส
เซียวติ้งเฟยเลิกคิ้ว “เจ้าจะขี่ม้าตัวเดียวกับ‘พี่ชาย’ ของเจ้าหรือ”
เจียงเสวี่ยหนิงเอ่ยอย่างอ่อนล้า “เกี่ยวอะไรกับท่าน”
เพียงสี่คำก็เผยความดื้อรั้นให้เห็นอยู่บ้างปราศจากความรู้สึกนิ่มนวลยามแรกยลโฉมของดรุ