ณีน้อยเมื่อตอนก่อนหน้า ทว่าเซียวติ้งเฟยไม่รู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดีมาแต่กำเนิด ยิ่งเห็นว่าอีกฝั่ายเป็นบุปผาเต็มไปด้วยหนามอันแหลมคมเขาก็ยิ่งอยากลิ้มลอง เมื่อได้ยินจึงมิได้ทดท้อตรงกันข้ามกลับทอดสายตาแฝงการหยอกเย้าและสำรวจตรวจสอบไปยังจางเจอผู้กำลังจูงม้าอยู่ไม่ไกล
จางเจอ “…”
เขาไม่เอ่ยวาจา เพียงหลุบตาพลางจัดอานม้า
ผ่านไปสักครู่ทุกคนก็จวนออกเดินทาง เขาจึงยื่นมือให้เจียงเสวี่ยหนิง ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงเบา ๆ คล้ายลังเลอะไรบางอย่าง ก่อนจะกล่าวอย่างแช่มช้า “ขึ้นม้า”
เซียวติ้งเฟยพูดไม่ผิด ระยะทางไปทงโจวไม่นับว่าใกล้ แม้เดินทางกันอีกสักพักก็จะถึงตัวเมืองของอำเภอหนึ่งแล้ว ทว่าย่อมไม่มีรถม้าให้เช่าซื้ออยู่ดี เจียงเสวี่ยหนิงเป็นคุณหนูอาศัยแต่ในหอห้อง จะให้นางเดินเท้าเปล่าไปหรือไร
ด้วยเหตุนี้แม้จะผิดจารีตไปมาก แต่เขาก็ทำได้เพียงจัดการไปตามความเหมาะสมเจียงเสวี่ยหนิงเห็นแล้วหัวเราะเบา ๆ พลางส่งมือให้ ขณะจางเจอประคองนางขึ้นม้า นางก็เหลือบไปประสานสายตาไม่ค่อยสบอารมณ์ของเซียวติ้งเฟยพอดี จึงจงใจมองตอบอย่างท้าทาย
ที่ผ่านมาเซียวติ้งเฟยเป็นยอดฝีมือด้านการเอาอกเอาใจสตรี ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องที่เขาใช้รูปโฉมหากินในหอนางโลมได้เสมอ แน่นอนว่าไม่เคยพบใครไม่ไว้หน้าตนเช่นนี้มาก่อน ครั้นมองจางเจออีกครั้งก็เห็นว่าเจ้าตัวมีสีหน้าเฉยชาประหนึ่งพญายมผู้ดุร้ายทำหน้าที่ตัดสินผู้วายชนม์ในตำหนักพญายม สตรีปกติทั่วไปจะชอบค