นพรรค์นี้ได้อย่างไรกันเล่า
ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโหจริง ๆเขาขบกรามเบา ๆ แค่นเสียงแปลกประหลาดทางจมูก “หึ พี่น้อง!”
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ประชดประชันอะไรมากไปกว่านี้
เซียวติ้งเฟยเพียงมองใบหน้าซึ่งปราศจากความรู้สึกใด ๆ ของจางเจอแล้วหัวเราะคราหนึ่งเขาหวดแส้ ไม่สนใจว่าผู้อื่นจะเป็นเช่นไร ควบม้าวิ่งนำหน้าบนเส้นทางขึ้นภูเขานอกศาลเจ้าร้าง
คนอื่นล้วนถูกทิ้งไว้ด้านหลัง
จางเจอถึงค่อยพลิกตัวขึ้นหลังม้าเนื่องจากเขานั่งอยู่หลังเจียงเสวี่ยหนิง ยามที่มือทั้งสองข้างดึงบังเหียนจึงกลายเป็นคล้ายกำลังโอบนางไว้ในอ้อมอกโดยปริยาย
กลิ่นอายสะอาดเป็นเอกลักษณ์ของเขาห่อหุ้มกายนางไว้อย่างง่ายดาย
ร่างเจียงเสวี่ยหนิงแข็งทื่อเล็กน้อย นางมองไม่เห็นว่าจางเจอทางด้านหลังมีสีหน้าแบบใดเห็นเพียงมือซึ่งไม่นับว่าดูดีอะไรเบื้องหน้าตนคู่นั้น นิ้วมือเขาเรียวยาวมาก เห็นข้อกระดูกชัดเจนชวนให้อดคิดไม่ได้ว่าเจ้าของมือคู่นี้คงมิได้อยู่ดีกินดี น่าจะผ่านความทุกข์ยากมามากกว่า
นางไม่กล้าเอนหลังพิงร่างเขา ทำได้เพียงลอบออกแรงยึดจับอานม้าตรงหน้า
อาชามุ่งตรงติดตามทุกคนไป
ขุนเขายามเหมันต์เงียบสงัดวังเวงเป็นพิเศษ
รอบด้านล้วนเป็นปั่ารกร้าง
ปราศจากเสียงมวลวิหค มีเพียงเสียงสายลมหวีดหวิวข้างใบหูและเสียงดังสั่นสะเทือนจากฝีเท้าม้าเหยียบขยี้พื้นหิมะ
การขี่ม้าตัวเดียวกับจางเจอให้ความรู้สึกแตกต่างจากการขี่ม้าร่วมกับเยี่ยนหลินโดยสิ้นเชิง
หนุ่มน้อยผู้นั้นร้อนแรงแ