ละหยิ่งผยอง เนื่องด้วยเรียนวิทยายุทธ์มาตั้งแต่เยาว์วัย เขาจึงคิดแต่จะควบม้าห้อตะบึงบนถนนสายยาวอันกว้างใหญ่ภายในเมืองหลวง ประหนึ่งเบื้องหน้าไม่มีสิ่งใดเป็นอุปสรรคขัดขวางได้ ภาพที่แวบผ่านครรลองจักษุทั้งสองฝังของนางมีแต่โลกแห่งความเจริญและคับคั่ง
ทว่าคนด้านหลังนางผู้นี้กลับหนักแน่นรู้จักวางตัว เงียบเชียบประหยัดถ้อยคำ เส้นทางภูเขาขรุขระคดเคี้ยวกอปรด้วยภยันตราย ยามทอดสายตาจากบนหลังม้าก็ไม่อาจมองเห็นปลายทาง พายุหิมะปกคลุมเหล่าพฤกษชาติจนไร้สีสัน ครั้นอยู่กลางสายลมหนาวที่กรีดผ่านใบหน้ามีเพียงอ้อมกอดซึ่งคล้ายไม่ได้กำลังโอบตระกองนี้เท่านั้นที่ส่งผ่านความอบอุ่นอันเบาบางมาให้
จิตใจของเจียงเสวี่ยหนิงค่อย ๆ สงบลง
จางเจอทางด้านหลังย่อมมองไม่เห็นสีหน้านางเช่นกัน
แต่เขารู้สึกถึงความสงบนิ่งอันผิดปกติของนางได้
กิริยาที่จดจ้องไปเบื้องหน้าอย่างเงียบงันทำให้เขาหวนนึกเรื่องเมื่อชาติก่อน ทั้งเหตุการณ์และสีหน้าท่าทางของเจียงเสวี่ยหนิงในคืนงานวันเกิดของนางรวมทั้งข่าวลือเกี่ยวกับชาติกำเนิดของเจ้าตัวซึ่งแพร่สะพัดในเมืองหลวง
เดิมทีนางคือบุตรีสายตรงซึ่งถือกำเนิดจากเมิ่งซื่อผู้เป็นฮูหยินของเจียงปั๋อโหยว แต่อนุภรรยาผู้มีความแค้นกับเมิ่งซื่อลอบสับเปลี่ยนเจียงเสวี่ยหนิง กับบุตรีของตนในวันที่เจียงเสวี่ยหนิงเพิ่งลืมตาดูโลก เป็นเหตุให้นางจับพลัดจับผลูถูกขับไล่ไปยังชนบทพร้อมอนุภรรยาผู้นั้น นางถูกเลี้ยงดูอยู่ที่นั่นนาน