ดให้อภัยด้วย”
เจียงเสวี่ยหนิง “แต่ใต้เท้าจางพูดไปแล้วว่าข้าคือน้องสาวท่าน หากไม่รู้วันเกิดของข้า ต่อไปหากมีคนถามขึ้นมาจะไม่เกิดพิรุธหรือเจ้าคะ”
จางเจอไม่ปริปาก
เจียงเสวี่ยหนิง “ใต้เท้าจางจะไม่ถามวันเกิดของข้าหน่อยหรือ”
จางเจอยังคงไม่พูดอยู่ดีเจียงเสวี่ยหนิงอึดอัดคับข้อง ทว่าก็ไม่กล้าใช้นิสัยเอาแต่ใจแบบชาติที่แล้วกับเขา นางจึงกล่าวด้วยความน้อยใจ “วันเกิดข้าคือวันที่สิบหกเดือนหนึ่ง อีกแค่ไม่กี่วันเอง”
จางเจอย่อมรู้วันเกิดของนางดี
เพราะนางคือฮองเฮานี่นา
วันที่สิบหกเดือนหนึ่งของทุกปี แม้เซียวซูจะเข้าวังมาแล้ว แต่เสิ่นเจี้ยก็ยังจัดงานเลี้ยงภายในวังหลวงให้นางเสมอ เขาจะเชิญคณะงิ้วเข้ามาแสดง ประดับประดาโคมไฟทั่ววังหลวง ทั้งยังให้เหล่าขุนนางฮั่นหลินซึ่งเพิ่งได้รับการแต่งตั้งเมื่อปีที่แล้วของสภาฮั่นหลินแต่งโคลงกลอนให้นางด้วยเหล่าขุนนางบุ๋นบู๊ชั้นผู้ใหญ่ต่างถวายของล้ำค่าสารพัดอย่างเพื่อสนองพระราชประสงค์ของฮ่องเต้เช่นกัน
เมื่อนางเห็นของล้ำค่าก็ยินดีปรีดา ทว่าพอถึงเวลาฟังโคลงกลอนกลับเบื่อหน่าย
เขาเป็นขุนนางมือสะอาด ปราศจากของจะนำมาถวาย
ค่ำคืนนั้นอุทยานหลวงประดับประดางดงามงานเลี้ยงยิ่งใหญ่อึกทึกคึกคัก กอปรด้วยผู้มีความรู้ความสามารถ บุคคลสูงส่งรวมตัวกันคับคั่ง ส่วนใหญ่เป็นผู้มีความดีความชอบ
ยามนั้นฮ่องเต้มีรับสั่งให้คนนำบุปผาพระราชทานมาให้
จางเจอเข้ากับผู้อื่นไม่ได้และมักไปไหนมาไหนลำพัง ผู้อื่นก็