้าหลังฤดูใบไม้ร่วง แต่คิดไม่ถึงว่าจะมีคนระงับเรื่องเอาไว้ บอกว่าเรื่องที่ภรรยาของเจ้าแขวนคอตายยังมีข้อกังขาและประเด็นต้องพิจารณา จึงทำได้เพียงจองจำเจ้าในคุกและงดการลงทัณฑ์ชั่วคราว ด้วยเหตุนี้คดีจึงลากยาวมาถึงปัจจุบันไม่สิ้นสุดเสียที”คนอย่างเมิ่งหยางต่อให้ต้องตายเป็นหมื่นครั้งก็ยากจะชดใช้ความผิด
แม้จะตกอยู่ในห้วงอันตราย แต่จางเจอก็มิได้ปิดบังความความรู้สึก ในที่สุดก็เคลื่อนสายตามาจ้องมองฝั่ายตรงข้ามโดยตรง “ข้าชักอยากจะรู้แล้วสิว่ามีผู้ใดอยู่เบื้องหลังเจ้า จึงเก่งกล้าสามารถถึงขั้นยับยั้งการลงทัณฑ์ในฤดูใบไม้ร่วงแบบนี้ได้”
เมิ่งหยางยังคงถือกิ่งไม้ แม้ใบหน้าอันสงบเยือกเย็นจะสกปรกมอมแมมอยู่บ้าง ทว่าเมื่อแสงเพลิงอบอุ่นส่องอาบใบหน้ากลับเหมือนพระพุทธรูปซึ่งประดิษฐานบนแท่นสูงภายในศาลเจ้า “คนแซ่เมิ่งออกบวชที่วัดไปั๋หม่า มหาสมณะที่ปลงผมให้ตอนนั้นมีนามฉายาว่าหยวนจี สมณะรูปนั้นศึกษาพระธรรมและพระวินัยอย่างแตกฉานมาได้สี่ห้าปีแล้ว ใต้เท้าจางสงสัยใคร่รู้เช่นนี้จะลองทายดูสักหน่อยหรือไม่”
วัดไปั๋หม่า สมณะหยวนจี
นั่นมิใช่ที่ปรึกษาราชการแผ่นดินคนปัจจุบันซึ่งฮ่องเต้เสิ่นหลางทรงแต่งตั้งด้วยพระองค์เองหรือไร
เห็นทีเรื่องปลงผมออกบวชคงเป็นความจริง
แต่จางเจอไม่ตอบคำ เนื่องจากเรื่องนี้มิได้ง่ายดายอย่างที่เห็นเพียงเปลือกนอก หากสมณะหยวนจีเป็นผู้กระทำจริงก็ออกจะเปิดเผยร่องรอยมากเกินไป เพราะขุนนางฝั่ายบุ๋นและฝั่ายบ