วยผ้าสีดำ เผยเพียงดวงตาทั้งสองข้างที่แสดงความดุร้ายหลายส่วน ครั้นพวกมันเห็นคนทั้งคู่ก็เข้ามาถามไถ่จางเจอประหนึ่งพบพวกเดียวกัน “กงอี๋เซียนเซิงเล่า”
จางเจอ “เมื่อครู่ข้าไปดูมาแล้ว กงอี๋เซียนเซิงไม่ได้อยู่ในคุก เกรงว่าคงเป็นกับดักที่ราชสำนักวางเอาไว้! เรื่องไม่อาจรอช้า ตอนนี้ไม่มีเวลาสนใจอะไรให้มากความ ถอนกำลังก่อนดีกว่า!”
ทุกคนตกตะลึง “อะไรนะ!”
พวกนิกายสวรรค์มาที่นี่ก็เพื่อช่วยเหลือกงอี๋เฉิง ทั้งยังถือโอกาสช่วยลูกศิษย์นิกายสวรรค์ซึ่งถูกคุมขังในคุกหลวงไปด้วย พอได้ยินสายลับซึ่งฟังคำสั่งโดยตรงจากกงอี๋เฉิงบอกว่าฝั่ายนั้นไม่อยู่ในเรือนจำก็รู้ความร้ายแรงของเรื่องนี้ทันที นึกจะถอนตัวโดยไม่กล้าชักช้า
ทว่าเมื่อหัวหน้าเคลื่อนสายตามาก็เห็นเจียงเสวี่ยหนิงยืนเยื้องหลังจางเจอ
เขาย่นหัวคิ้วทันควัน ถามด้วยความสงสัยเล็กน้อย “ใต้เท้าจาง ผู้นี้คือ?”
จางเจอซึ่งยืนอยู่หน้าเจียงเสวี่ยหนิงคว้ามือนางมาจับทันที ตอบโดยไม่สะทกสะท้าน “คนของข้า”
สายตาของคนอื่นกวาดวูบผ่านใบหน้าเจียงเสวี่ยหนิง
แต่ตอนนี้หาใช่เวลามาสืบสาวราวเรื่องไม่ ผู้เป็นหัวหน้าไม่ซักไซ้อะไรอีก พลันเปั่านกหวีดเพื่อส่งสัญญาณ โบกมือกล่าวว่า “พวกเราถอนตัว!”
เมื่อสาวกนิกายสวรรค์ทั้งใกล้และไกลได้ยินเสียงนกหวีดนี้ก็ถอนตัวกลับจนหมดสิ้น
ห้องขังบางห้องถูกคนฟันบานประตูจนเปิดนักโทษคนอื่นซึ่งถูกขังอยู่ล้วนกรูกันออกมาดั่งสายน้ำหลาก ทุกคนมารวมตัวกัน พยายามวิ่ง