ี่เงียบ ๆ
แม้ผู้คุมคุกหลวงจะถอนตัวแล้ว แต่ก็ยังเข้มงวดกว่าคุกธรรมดาทั่วไป
ตลอดเส้นทางต้องผ่านด่านสำคัญสามด่านสองด่านแรกน่ะยังดี ไม่มีผู้ใดขัดขวางเมื่อเผชิญหน้าโจวอิ๋นจือ อย่างไรก็ตามขณะทั้งคู่กำลังจะถึงด่านสุดท้ายซึ่งอยู่ไม่ไกลนักกลับมีเสียงดังเซ็งแซ่จากเบื้องหน้า!
“ใต้เท้าทั้งหลายต้องการอะไรหรือขอรับ”
“นี่คือลายพระหัตถ์ของฝั่าบาท ทรงมีรับสั่งให้เนรเทศตระกูลเยี่ยนออกเดินทางไปยังหวงโจวต้องออกนอกเขตมณฑลก่อนคืนส่งท้ายปี ฝั่าบาทตรัสว่าไม่ทรงอยากทอดพระเนตรคนเหล่านั้นให้อึดอัดพระทัยในวันมหามงคลเช่นนี้”
“ขอรับ ขอรับ…”
…คนที่มามีจำนวนไม่น้อย เมื่อได้ยินเสียงชุดเกราะและอาวุธกระทบกันระหว่างเดินก็รู้ว่าเป็นราชองครักษ์ซึ่งรับพระราชโองการจากฮ่องเต้
โจวอิ๋นจือได้ยินแล้วใจหายวาบ
เจียงเสวี่ยหนิงเองก็สะดุ้ง
ตามกฎหมายของราชสำนัก เมื่อนักโทษถูกจองจำในคุกหลวงไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยมเด็ดขาดการแอบมาเยี่ยมในคุกหลวงต้องใช้ความสามารถส่วนตน หากถูกราชองครักษ์ซึ่งเดินทางมาคุมตัวนักโทษพบเจอและจับได้คาหนังคาเขาคงเป็นเรื่องใหญ่
โจวอิ๋นจือต้องลำบากน่ะยังถือเป็นเรื่องเล็กแต่จะให้จวนหย่งอี้โหวเดือดร้อนไปด้วยไม่ได้เด็ดขาด!
เจียงเสวี่ยหนิงมองหนทางข้างหน้า กดเสียงต่ำด้วยความเด็ดขาด “หาสถานที่ให้ข้าซ่อนตัวก่อน”
ซ่อนตัว?
แต่คุกหลวงก็กว้างแค่นี้ อีกทั้งปราศจากห้องอยู่เวร มีเพียงห้องขังห้องแล้วห้องเล่า
เหงื่อเย็นผุดบนหน้าผา