กโจวอิ๋นจือเขาพาเจียงเสวี่ยหนิงถอยหลังไปก่อน เมื่อเลี้ยวซ้ายก็มาถึงเส้นทางสายยาวขนาบด้วยห้องขัง ครั้นเดินต่อจนสุดทางก็พบห้องขังซึ่งพอจะนับได้ว่าสะอาดสะอ้าน มีซอกหลืบระหว่างที่นอนและมุมกำแพงซึ่งกว้างพอให้คนเข้าไปซ่อนตัว
โจวอิ๋นจือ “ต้องลำบากคุณหนูสักครู่แล้วขอรับ”
เจียงเสวี่ยหนิงรู้ว่าเป็นสถานการณ์เร่งด่วนจึงรีบหมอบซ่อนตรงหัวมุมและกล่าวกับโจวอิ๋นจือ “ไม่เป็นไร ข้าจะแอบอยู่สักครู่ เจ้าไปดูสถานการณ์ข้างนอกก่อนเถอะ”
เจียงปั๋อโหยวบอกว่าไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเนรเทศหลังปีใหม่
เหตุใดตอนนี้บทจะมาคุมตัวก็คุมเลยเล่า
นางรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้างจริง ๆ
โจวอิ๋นจือเริ่มสงบสติอารมณ์ จัดแจงชุดให้เรียบร้อยก่อนจะเดินออกจากห้องขังราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าเมื่อเห็นราชองครักษ์ที่มาพาตัวนักโทษไปเนรเทศอยู่ไกล ๆ สมองพลันสว่างวาบราวกับมีประกายไฟ นึกถึงเรื่องผิดปกติอย่างยิ่งขึ้นมาได้ ประตูห้องขังส่วนลึกของคุกหลวงนี้เปิดราวกับไม่มีใครอยู่แท้ ๆ แต่ผ้าห่มบนเตียงพับเสียเป็นระเบียบเรียบร้อย…———————-
ลมเหมันต์หนาวเยือก ภายนอกคุกหลวงแขวนตะเกียงไว้สองดวง กำลังแกว่งไกวตามสายลม
ราชองครักษ์ถือพระราชโองการพร้อมคุมตัวคนออกมาจากคุกหลวง บุคคลสำคัญถูกนำตัวขึ้นรถนักโทษคันแล้วคันเล่า ส่วนผู้ไม่สลักสำคัญสักเท่าไรจะถูกล่ามโซ่ตรวนและปล่อยให้เดินตามท้ายรถ
ผ่านไปแค่เดือนเดียว เยี่ยนมู่ดูชรากว่าเดิมมาก
จอนผมทั้งสองข้างเป็นสีเงินดุจปร