างไม่ได้เอ่ยอะไร เพียงมองเขาอึ้ง ๆจางเจอรู้สึกเหมือนเพลิงโทสะพุ่งพรวดอย่างไร้สาเหตุ เขาเหลียวมองรอบด้านเพื่อหาว่ามีสถานที่ใดพอจะหลบซ่อนตัวได้บ้าง
กบฏนิกายสวรรค์กำลังเข้ามาปล้นคุก ส่วนเขาก็ยิ่งมีภารกิจสำคัญ
เจียงเสวี่ยหนิงเป็นเพียงสตรีอ่อนแอ เมื่อนางต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายเช่นนี้ หากเขาไม่สนใจไยดีก็ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นกับนางบ้าง
ยิ่งไปกว่านั้น…
เขาจะทนเห็นนางตกอยู่ในอันตรายอีกได้อย่างไร
“เข้ามา!” จางเจอไม่มีเวลาอธิบายเพิ่มกระชากตัวนางที่ยังไม่ทันได้สติเข้าห้องขัง โยนพวงกุญแจทิ้งก่อนจะคว้าเสื้อซึ่งพับเป็นระเบียบเรียบร้อยบนที่นอนขึ้นมา “ถอดชุด”
เจียงเสวี่ยหนิงไม่กล้าเชื่อเลยว่าตนกำลังได้ยินอะไรอยู่
นางเบิกตาโพลงมองจางเจอซึ่งอยู่ใกล้แค่คืบยืนอึ้งไม่ไหวติง
จางเจอโมโห นางเคยฉลาดหัวไวกว่าผู้ใดแต่กลับทำตัวเหมือนคนโง่งมในเวลาแบบนี้ ครั้นเขาได้ยินเสียงสับสนวุ่นวายที่ใกล้เข้ามาก็ไม่สนใจอะไรอีก ปลดเสื้อกันลมและเสื้อคลุมตัวนอกของนางอย่างรวดเร็ว แล้วสวมชุดผ้าหยาบสีน้ำเงินเข้มของบุรุษไว้ด้านนอก จากนั้นรัดสายคาดตรงเอวอรชรอ้อนแอ้น
ต่อมาคือทรงผม
โชคดีที่วันนี้เจียงเสวี่ยหนิงลอบออกมากลางดึกจึงไม่ได้แต่งองค์ทรงเครื่องสลับซับซ้อนเกินไปนัก เพียงใช้แถบผ้าไหมเกล้าผมไว้ด้านหลังจางเจอจึงใช้ผ้าเส้นนี้มัดเป็นทรงบุรุษให้นาง
เมื่อชุดของเขาสวมบนร่างของดรุณีน้อยก็เห็นได้ชัดว่าค่อนข้างใหญ