าณเจียวอันบรรจุในถุงห่อพิณ แขวนพาดทแยงบนผนัง ส่วนกระบี่ที่เยี่ยนหลินบอกให้นางช่วยเก็บรักษาให้ดีเมื่อคราวงานพิธีบรรลุนิติภาวะก็เก็บในกล่องอย่างเงียบงัน นางเดินไปถึงหน้าโต๊ะเครื่องแปั้งแล้วเปิดกล่องขนาดเล็กมาลัยข้อมือดอกมะลิแห้งเหี่ยวนอนนิ่งอยู่ในนั้น
——————–
ณ ส่วนลึกของคุกหลวง ต่อให้เป็นยามกลางวันก็ยังมืดมิดดั่งราตรี
ฤดูหนาวอากาศเย็นยะเยือกชื้นไอดิน
เมื่อฝั่ามือลูบลงไปจะสัมผัสเตียงและผ้าห่มเย็นเฉียบซึ่งห้องคุมขังมีเพียงอย่างละหนึ่ง แสงไฟที่พอจะทำให้มองเห็นมาจากตะเกียงน้ำมันหรุบหรู่สองดวงบนผนังไกล ๆ เยี่ยนหลินนั่งหันหลังให้ทางเดิน แม้จะมีรอยโลหิตทั่วแผ่นหลังทว่าสายตากลับมองนอกหน้าต่างซึ่งมีอยู่เพียงช่องเดียวภายในห้องขัง
อากาศตอนกลางวันไม่ค่อยดี สิ่งที่ปรากฏในทัศนวิสัยมีแต่ความขมุกขมัวบางครั้งบนท้องฟั้าจะมีเมฆเคลื่อนคล้อยผ่าน
ทว่าเมื่อท้องนภาค่อย ๆ อับแสงกลับเหมือนมีสายลมหอบใหญ่พัดพาเมฆดำให้ปลิวหาย ดวงดาราน้อยนิดกระจายตัวตรงช่องหน้าต่างสี่เหลี่ยมจัตุรัส จันทร์เสี้ยวลอยเหนือศีรษะอย่างนิ่งสงบ
เยี่ยนหลินไม่ได้เห็นทัศนียภาพงดงามเช่นนี้นานมากแล้ว
รอยยิ้มบางประดับบนริมฝีปากเขา
ความเยาว์วัยของหนุ่มน้อยยังคงแฝงความคมคายอยู่หลายส่วน ไม่เพียงมิได้หายไป ตรงข้ามกลับทวีความห้าวหาญอย่างเห็นได้ชัด เฉกเช่นต้นสนอันแข็งแรงและใหญ่โตซึ่งหยั่งรากลงศิลาแกร่งบนภูผา ยืนต้นต้านแรงลมโดยมิได้หักโค่นหรือแสดงควา