งหน้าเขา คันยุบยิบไปทั้งร่างอย่างน่าประหลาด คิดจะขยับแข้งขามือไม้แต่ก็ต้องอดกลั้นไม่กล้ากระดุกกระดิก อัดอั้นจนทรมาน
ต่อให้ได้ยินเซี่ยเวยพูดว่านางเป็น ‘จอมหลอกลวงน้อย’ ก็ไม่กล้าโต้เถียง
นางเม้มปากทันที พยายามเค้นสมองว่าควรทำเช่นไรถึงจะหลุดพ้นสถานการณ์ยากลำบากนี้ได้
แต่เซี่ยเวยกลับเอ่ยขึ้นมา “เกรงว่าเจ้าคงไม่แน่ใจเช่นกันสินะว่าเป็นข้า แต่สมมติเป็นข้าจริงๆ เจ้าก็กลัวอีกว่าข้าจะตามสืบจนจับผิดได้ ดังนั้นไม่สู้เขียนเอาไว้ล่วงหน้าดีกว่า ถ้าผู้ได้เงินไปไม่ใช่ข้าก็อ่านสิ่งที่เจ้าเขียนไม่เข้าใจ หากผู้ได้เงินไปคือข้าก็ถือว่าเจ้าเดิมพันถูกต้อง จะข้อไหนย่อมไม่เสียเปรียบ”
เขาพูดถูกทั้งหมด
เซี่ยเวยผู้นี้สมองปราดเปรื่องเหลือเกิน เฉียบคมจนน่ากลัว
สิ่งที่เจียงเสวี่ยหนิงหวาดผวามากที่สุดคือการยืนตรงหน้าเขา มาตอนนี้ถูกเขาเปิดโปงแล้วจึงทำได้เพียงฝืนยอมรับ ตอบกลับเสียงค่อย “เซี่ยเซียนเซิงสายตาเฉียบแหลมนัก ศิษย์คิดอะไรท่านล้วนมองออกหมด มิกล้าตอบว่าไม่ใช่เจ้าค่ะ”
พอคราวนี้ยอมรับก็ดูว่านอนสอนง่ายดี——————–1. ขอเนื้อจากเสือ เป็นสำนวน หมายถึงโน้มน้าวให้คนชั่วยอมสละผลประโยชน์ ย่อมไม่อาจดำเนินการเจรจาร่วมมือได้ตลอดรอดฝัง
บทที่ 110 จอมหลอกลวงน้อยอยากได้เงินเจียนตาย (2)แม้ผู้ที่หนิงรองชอบจะไม่ใช่เยี่ยนหลิน แต่ที่ผ่านมาความรู้สึกคนเราฝืนกันไม่ได้ ไม่อาจพูดหรอกว่าในเมื่อเยี่ยนหลินชอบนางทำดีต่อนางแล้วนางต้องตอบแทนด้