บพูดขึ้นมาว่า“นอกจากเซี่ยเซียนเซิงแล้วก็ไม่รู้จักใครเลย คิดว่าหากเซี่ยเซียนเซิงทราบเรื่องอาจคิดหาหนทางได้ แค่ลองพยายามเป็นหนทางสุดท้ายเท่านั้นเองเจ้าค่ะ”
ลองพยายามเป็นหนทางสุดท้าย?
แค่นี้เองหรือ?เซี่ยเวยย่ำเท้าอ้อมนางไปสองก้าว ทันใดนั้นพลันเปล่งเสียงหัวเราะ กล่าวด้วยความรู้สึกสนใจเป็นอย่างยิ่ง “ข้าดูเหมือนคนดีนักหรือ”
เจียงเสวี่ยหนิงเองก็ไม่กล้าบอกว่าพูดไปเพื่อหยั่งเชิงเขาและมีแผนการอื่นแอบแฝง นางจึงเสี่ยงกล่าวเพ้อเจ้อต่อไป “เซี่ยเซียนเซิงเป็นอาจารย์ของเยี่ยนหลินไม่ใช่หรือเจ้าคะนอกจากนี้แม้จะอยู่ในช่วงเวลาเช่นนั้น แต่ยังดำเนินพิธีสวมกวานให้เยี่ยนหลินต่ออยู่ดี จวนโหวถูกใส่ร้ายทั้งที่ซื่อสัตย์ภักดี ข้าคิดว่าหากเรื่องราวจะบังเกิดจุดพลิกผันได้บ้าง และหากทางเซี่ยเซียนเซิงช่วยเหลือได้ก็คงช่วย ไม่ถึงขั้นนิ่งดูดายและยิ่งไม่ซ้ำเติมเป็นแน่แท้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ไม่สู้ลองดูสักตั้งจะดีกว่า บัดนี้ก็พิสูจน์แล้วไม่ใช่หรือเจ้าคะว่าเซียนเซิงน่ะมีจิตใจกว้างขวางคุณธรรมเปียมล้น เป็นคนดีจริง ๆ”
เซี่ยเวย “จอมหลอกลวงน้อยพูดจาเสียน่าฟังเชียวนะ”
ปากน้อย ๆ พูดจาฉอด ๆ กรอกถ้อยคำหวานหู เกรงว่าคงชมจนคนตัวลอยถึงสวรรค์แล้วดวงตากระจ่างใสกลอกกลิ้งด้วยความเจ้าเล่ห์ใบหน้ายังคงประดับรอยยิ้มประจบประแจงหวานหยาดเยิ้มอยู่หลายส่วน ทว่าสิ่งที่กล่าวออกมากลับไม่อาจเชื่อถือได้เลยสักประโยค!
เจียงเสวี่ยหนิงยืนสงบเสงี่ยมสุดขีดตร