ลับหลัง
นางเองก็สงสัยมาก
ด้วยเหตุนี้จึงฉวยโอกาสหลอกถามเขาเรื่องประสบการณ์ที่ต้อง ‘ระหกระเหินอยู่ภายนอก’ในสมัยก่อนอย่างเจ้าเล่ห์
ผลกลายเป็นว่าเจ้าคนไม่เอาไหนกลับร่างส่ายโอนเอน อาศัยจังหวะที่ศาลาร้างผู้คนเข้ามาประชิดตรงหน้าด้วยเจตนาจะลวนลาม พูดโดยริมฝีปากเกือบแนบชิดใบหูนาง “ฮองเฮาทรงนึกว่ากระหม่อมดื่มจนเมามาย ไม่แน่อาจหลุดพูด‘ความจริง’ อะไรออกมาสินะพ่ะย่ะค่ะ”
เจียงเสวี่ยหนิงตกใจหมายจะถอยห่าง
คิดไม่ถึงว่าคนผู้นี้กลับฉุดแขนเสื้อนาง ฉีกมุมปากอย่างชั่วร้ายขณะจ้องมองมาด้วยสายตาร้อนแรง “หากฮองเฮาทรงยอมร่วมหลับนอนด้วยกันสักหน กระหม่อมจะทูลพระองค์ก็ได้ว่ากระหม่อมมิใช่ ‘ติ้งเฟยซื่อจื่อ’ เสียหน่อย”
เขาบอกว่าเขาไม่ใช่ติ้งเฟยซื่อจื่อจริง ๆ !
เรื่องนี้ทำให้นางตกใจมากอย่างไรก็ดีความอุกอาจขวัญกล้าของอีกฝั่ายอยู่เหนือความคาดหมายอย่างยิ่ง
นางไม่นึกว่าอีกฝั่ายจะถึงกับทำตัวไม่รู้จักยำเกรงในวังหลวง พลันแสดงสีหน้าเย็นชาพร้อมสะบัดมือคนผู้นั้นและถอยออก
เซียวติ้งเฟยซวนเซเล็กน้อย ยืนได้ไม่มั่นคงทว่ารอยยิ้มบนริมฝีปากไม่เพียงไม่จาง ตรงกันข้ามกลับยิ่งกดลึก เขายกนิ้วมือซึ่งเพิ่งดึงแขนเสื้อชุดชาววังงามหรูของนางขึ้นมาอังจมูกและสูดดมเบา ๆ
สิ่งที่สลักในนัยน์ตาคือระลอกคลื่นซึ่งพานให้หงุดหงิดโมโหเจียงเสวี่ยหนิงแววตาเย็นชา “เจ้าอยากตายหรือ!”
เซียวติ้งเฟยกลับเลิกคิ้วไม่แยแสแม้แต่น้อยทั้งยังใช้นิ้วชี้แตะริมฝีปากตนเองแล้ว