ินแล้วไม่พบจดหมายจะต้องพยายามสืบหาแน่ ๆว่าอยู่ที่ใด
กระดาษย่อมไม่อาจห่อไฟ[1]อยู่แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นนางเองก็หัวเดียวกระเทียมลีบไร้อำนาจ จะไปต่อกรกับเซี่ยเวยได้อย่างไรเล่า
เพราะฉะนั้นเพื่อปั้องกันเหตุไม่คาดฝัน ไม่สู้ก้มหัวยอมรับผิดเลยดีกว่า นางมิได้มีเจตนาร้ายจริง ๆ คิดจะช่วยจวนหย่งอี้โหวด้วยซ้ำ หากรอให้เซี่ยเวยสืบได้ด้วยตนเองค่อยยอมรับผิดทีหลังเกรงว่ากว่าจะถึงตอนนั้นคงสายเกินไป ทั้งยังอาจทำให้อีกฝั่ายสงสัยและหวาดระแวงก็ได้
มิหนำซ้ำ…
นางยังหวังอีกว่าหากเป็นเซี่ยเวย ไม่แน่เงินห้าหมื่นตำลึงนั่นอาจได้คืน
ตอนนี้ตั๋วเงินสิบห้าใบไปอยู่ในมือใครกันแน่นะ
เจียงเสวี่ยหนิงหนังตากระตุกอย่างน่าประหลาด
ถังเอ๋อร์กลับจากออกไปรับค่าใช้จ่ายประจำเดือนเมื่อสักครู่ แต่สีหน้าระแวดระวังอยู่หลายส่วน กล่าวกับเจียงเสวี่ยหนิงว่า “คุณหนูรอง มีคนผู้หนึ่งอยู่ที่ห้องโถงส่วนหน้า แจ้งว่ารองราชครูเซี่ยสั่งให้มาเชิญท่านไปเรียนพิณ ไม่ว่าอย่างไรการเรียนก็ไม่อาจทอดทิ้งได้เจ้าค่ะ”
เจียงเสวี่ยหนิง “…”
ลางสังหรณ์อัปมงคลประการหนึ่งโจมตีใส่
นางกดหนังตา “ได้ ข้าจะหาเวลาไปวันหลัง”
ถังเอ๋อร์ตัวสั่นงันงก “คนผู้นั้นบอกว่าห้ามเป็นวันอื่น รองราชครูเซี่ยงานยุ่งมาก ท่านต้องรีบไปภายในวันนี้เจ้าค่ะ”
เจียงเสวี่ยหนิง “…”รีบร้อนเช่นนี้เขาตั้งใจว่ารีบสอนพิณนางเสร็จแล้วจะไปเกิดใหม่เลยหรือไร ตั๋วเงินสิบห้าใบนั่นตกอยู่ในกำมือคนแซ่เซี่ยอย่างที่ค