กกระแทกโต๊ะแกะสลักเคลือบสีเพิ่งนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ นางเงยศีรษะขวับอีกครั้ง “เป็นไปได้อย่างไรกัน”
หัวคิ้วขมวดมุ่น ข้องใจเป็นที่สุด
หากคนผู้นั้นคือเซี่ยเวยจริง ๆ เมื่ออิงจากที่เซียวติ้งเฟยกล่าวมาก่อนหน้า เช่นนั้นเขาจะไม่คิดสังหารนางได้อย่างไรกันเล่า
ไม่สิ…
ยังไม่อาจแน่ใจได้เสียหน่อยว่าคนผู้นั้นคือเซี่ยเวยในเมืองหลวงอาจยังมีผู้อื่นสอดมือเข้ามายุ่งเรื่องจดหมายครึ่งฉบับนี้อีก อาจเป็นพวกนิกายสวรรค์เองก็ได้ที่พลั้งเผลอเปิดเผยร่องรอยและถูกคนจับพิรุธ
ประเด็นสำคัญอยู่ที่ตั๋วเงินสิบห้าใบ
หากผู้อยู่เบื้องหลังคือเซี่ยเวยจริง อีกทั้งยังมีหลี่ว์เสี่ยนร่วมด้วย อีกฝั่ายย่อมต้องรู้ที่มาของตั๋วเงินสิบห้าใบนั้น
และก็เพราะเจียงเสวี่ยหนิงกลัวว่าผู้อยู่เบื้องหลังจะเป็นเซี่ยเวยนี่แหละ หลังจากขบคิดพิจารณาอยู่นานจึงเขียนข้อความลงบนตั๋วเงิน
เนื่องจากนางไม่มีเวลาไปแลกตั๋วเงินแล้ว
มิหนำซ้ำต่อให้นำไปแลก เงินจำนวนมากเช่นนี้ หากคิดจะสืบย่อมสืบได้
ด้วยเหตุนี้ หากพวกเขาตรวจสอบตั๋วเงินอีกหน่อยก็จะพบตัวอักษรเขียนไว้ จากนั้นจะรู้สถานะของนางเอง!
ถ้าผู้อยู่เบื้องหลังไม่ใช่เซี่ยเวย แบบนั้นย่อมไม่มีปัญหาอันใด ต่อให้ใครอื่นมาค้นพบก็ไม่รู้หรอกว่าคือสิ่งใด สำหรับนางมันก็เป็นแค่การเสียเวลาขยับเขียนพู่กันและเสียเงินห้าหมื่นตำลึงโดยเปล่าประโยชน์ ทว่าหากเซี่ยเวยเป็นผู้เข้ามาแทรกแซงและเข่นฆ่าคนเหล่านั้นจริง เมื่อเขาเห็นตั๋วเง