กหนายิ่งนัก หากไม่ใช่ว่าสตรีเขียนให้เจ้า แล้วไฉนข้าจะดูไม่ได้”
ตั๋วเงินห้าหมื่นตำลึงซึ่งค้นมาได้จากร่างสายลับนิกายสวรรค์ที่ฟังคำสั่งกงอี๋เฉิงโดยตรงมีตั๋วเงินหนึ่งหมื่นห้าพันตำลึงที่หลี่ว์เสี่ยนจ่ายให้โหยวฟางอิ๋นก่อนหน้านี้ และเมื่อนำตั๋วเงินใบละหนึ่งพันตำลึงจำนวนสิบห้าใบนั่นมาเรียงซ้อนกันกลับซุกซ่อนตัวอักษรไว้
เรื่องทั้งหมดล้วนเกี่ยวพันกับความปลอดภัยของจวนหย่งอี้โหว แต่เมื่อเซี่ยเวยเห็นข้อความนี้ก็คล้ายจะคลายกังวล ประหนึ่งเรื่องอยู่ในการควบคุมแล้ว ไม่มีอะไรใหญ่โตอีก
ทว่าความรู้สึกของหลี่ว์เสี่ยนตรงข้ามกับเซี่ยเวยโดยสิ้นเชิง
อันที่จริงเรื่องนี้ก็ไม่ได้ทำให้เขาระแวงสงสัยอะไรนักหรอก สิ่งที่เล่นเอากระวนกระวายและตื่นตัวมากกว่าคือท่าทีที่เซี่ยเวยเผยออกมาชั่ววูบเมื่อสักครู่ต่างหาก ท่าทีเช่นนั้นไม่น่ามาปรากฏบนร่างเซี่ยเวยได้เลย
ส่วนเซี่ยเวยถูกซักไซ้จนอึ้งไปจริง ๆ
ลายมือเช่นนี้ น้ำเสียงในถ้อยคำเช่นนี้ ไหนจะเจ้าเต่าน้อยที่ตนเคยเห็นอีก ต่อให้ไม่ลงนามเขาก็รู้ว่าผู้ใดเป็นคนทิ้งตัวอักษรเอาไว้ ทั้งยังรู้แล้วด้วยว่าผู้อยู่เบื้องหลังโหยวฟางอิ๋นคือใคร จึงวางใจได้ในที่สุด
หากว่ากันตามเหตุผล เขาควรบอกเรื่องนี้กับหลี่ว์จ้าวอิ่น
แต่…
เขากลับไม่อยากบอก
ดวงตาทั้งสองข้างช้อนขึ้นสบสายตาจากฝั่ายตรงข้ามอย่างตรงไปตรงมา เซี่ยเวยเองก็ประสาทสัมผัสเฉียบคม ย่อมไม่ถึงขั้นไม่เข้าใจความหมายที่หลี่ว์เสี่ยนกล่าวเมื่อครู