กุมตัวบุตรีภรรยาเอกแห่งจวนปั๋อแล้วนำมามอบให้เจียงเสวี่ยหนิง เขาก็อดจิตใจสั่นสะท้านไม่ได้
พิณโบราณคันนั้นเคยถูกดีดบรรเลงท่ามกลางกลิ่นหอมของกำยานมานานนับปี ต่อให้ยามนี้มิได้จุดกำยานก็ยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ แผ่ซ่าน
หลังจากดีดไปเมื่อสักครู่ สายพิณยังคงสั่นไม่หยุด
เจียงเสวี่ยหนิงจ้องมองสายพิณ เอ่ยถามว่า“ช่วงนี้มีข่าวอะไรในราชสำนักบ้างหรือไม่”
โจวอิ๋นจือ “คดีจวนหย่งอี้โหวยังอยู่ระหว่างการไต่สวน…”
ได้ยินว่าหน่วยงานสามตุลาการถกเถียงกันไม่หยุดมาตลอดทั้งวันฝั่ายหนึ่งคิดว่าถึงจวนโหวจะส่งจดหมายติดต่อโจรกบฏจริง แต่คงเป็นเพราะต้องการสืบหาเบาะแสของติ้งเฟยซื่อจื่อผู้หายสาบสูญ นี่เป็นเรื่องของสายสัมพันธ์ล้วน ๆ ทำให้ไม่อาจตัดสินโทษฐานกบฏ เพียงยึดทรัพย์และลดฐานันดรเป็นสามัญชนก็พอแล้ว
ในขณะที่อีกฝั่ายยืนกรานว่าการสืบหาเบาะแสของซื่อจื่อเป็นเพียงข้ออ้าง
ทุกคนต่างรู้กันดีว่าติ้งเฟยซื่อจื่อของตระกูลเซียวและเยี่ยนเสียชีวิตไปตั้งแต่ยี่สิบปีก่อน หากต้องการตามหาก็ควรไปที่ ‘สุสานเด็กผู้ทรงคุณธรรม’ ต่างหาก หย่งอี้โหวเยี่ยนมู่รู้ทั้งรู้ว่าอีกฝั่ายคือโจรกบฏก็ยังจะติดต่อ เห็นชัดว่ามีใจคิดคด ต่อให้ไม่ลงโทษประหารทั้งตระกูล แต่เยี่ยนมู่ผู้เป็นตัวการใหญ่รวมถึงภรรยาและบุตรต้องถูกตัดหัวแขวนประจานไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง
เจียงเสวี่ยหนิงฟังแล้วนิ่งเงียบ ผ่านไปเนิ่นนาน จู่ ๆ ก็เอ่ยวาจา “บัดนี้รองราชครูเซี่ยกำกับดูแลสภาฮั่นหลิน ม