มเป็นความตายจริง ๆ ขอเพียงส่งผลคุกคามอีกฝั่ายมากพอ ต่อให้เป็นผู้ที่แข็งกร้าวเพียงใดก็ต้องยอมศิโรราบอย่างรวดเร็ว
เจียงเสวี่ยหนิงหลุบตาเล็กน้อย ก่อนจะหลับตาพลางเอ่ยว่า “ขว้างมุสิกเกรงว่าจะกระทบสิ่งอื่น[1] ไม่มีประโยชน์หรอก”
เรื่องนี้มิได้เป็นการแลกเปลี่ยนที่ยุติธรรมมาตั้งแต่แรก
คนเราย่อมรักตัวกลัวตาย แต่ผู้ครองจดหมายอีกครึ่งฉบับมิใช่คนผู้นี้ที่พวกนางจับกุมตัวมาข่มขู่เอาชีวิต ทว่าเป็นพวกพ้องของเขาซึ่งยังร่อนเร่อยู่ข้างนอกต่างหาก ต่อให้ข่มขู่ไปฝั่ายนั้นก็ไม่แยแสอยู่ดี
อีกทั้งไม่ว่าจะคิดเช่นไร พวกมันสิควรเป็นฝั่ายกลัวมากกว่า
กลัวว่าจดหมายครึ่งฉบับที่เหลือในมือนางจะตกอยู่ในกำมือราชสำนักหรือไม่ก็ตระกูลเซียว
ห้าหมื่นตำลึงเงิน
ช่างกล้ายื่นข้อเสนอเสียจริงนะ!
ความเย็นชาฉายวาบในดวงตาเจียงเสวี่ยหนิงบังเกิดโทสะขึ้นมาหลายส่วน ทว่าสุดท้ายก็ถูกนางสะกดกลั้นเอาไว้ เงินที่เตรียมเอาไว้ก็มีเพื่อใช้ในเวลาเช่นนี้ไม่ใช่หรือไร ของนอกกายย่อมไม่อาจเทียบความปลอดภัยของจวนหย่งอี้โหวได้อยู่แล้ว
เพียงแต่…
นางย่นหัวคิ้วเล็กน้อย “แม้ราคาจะสูงไปหน่อย แต่ใช่ว่ายอมรับไม่ได้ ข้าแค่กลัวว่าพวกมันจะบอกความเท็จ บัดนี้กงอี๋เฉิงไร้ซึ่งข่าวคราวไปแล้ว เป็นเหตุให้หน่วยลับนิกายสวรรค์ที่แฝงตัวในเมืองหลวงเกิดความคิดเช่นนี้ ทว่าหากพวกเราให้เงินไปแล้วเกิดมีข่าวคราวของกงอี๋เฉิงขึ้นมา ก็ยากจะรับประกันว่าเมื่อได้เงินไปแล้วพวกนั้นยังจะส่