ื่องวิวาห์จึงไม่ใช่ปัญหา ยอมให้โหยวฟางอิ๋นแต่งออกไปเลยก็ได้ไม่ใช่เรื่องยากอะไร
เจียงเสวี่ยหนิงอับจนคำพูดอยู่นาน
นางมองสตรีซึ่งทั้งไม่ชอบพูดจาทั้งขี้ขลาดตาขาว และยังค่อนข้างซุ่มซ่ามตรงหน้าด้วยสายตาอึ้งงัน จู่ ๆ ก็นึกถึงสำนวนสองสำนวนขึ้นมา นั่นคือ ‘ผู้มีสติปัญญาดูเหมือนโง่งม’ และ ‘ความฉลาดปราดเปรื่องซุกซ่อนอยู่ภายใน’
แต่ครั้นนึกดูอีกที ถ้าโหยวฟางอิ๋นเป็น ‘ผู้มีปฏิภาณไหวพริบ’ ซึ่งคำนึงถึงผลได้ผลเสียและห่วงหน้าพะวงหลังจริง เกรงว่าชาตินี้คงไม่มีทางตัดสินใจทำเรื่องอันแสนจะอุกอาจเช่นนี้แน่ยิ่งเป็นคนทึ่มทื่อมากเท่าใด ก็ยิ่งทำเรื่องน่าเหลือเชื่อได้ง่ายดายมากเท่านั้น
——————–
1. หลักสามเชื่อเป็นหนึ่งในรูปแบบจริยธรรมการใช้ชีวิตของสตรีจีนในสมัยโบราณ ซึ่งจำกัดสิทธิของสตรีให้เชื่อฟังเพียงบุรุษบทที่ 101 ความรู้สึกของแม่ยาย (2)ที่เจียงเสวี่ยหนิงมาในวันนี้ เจตนาเดิมคืออยากจะถามโหยวฟางอิ๋นว่าจัดการเรื่องทางฝังเหรินเหวยจื้อไปถึงไหนแล้ว แต่นางกลับต้องหัวสมองพองโตเพราะข่าวนี้แทน จนถึงขั้นที่ว่าต่อมาเมื่อโหยวฟางอิ๋นคุยธุระสำคัญกับนาง นางยังมึนงงเล็กน้อยอยู่เลย
โหยวฟางอิ๋นเจรจาเรื่องหุ้นหนึ่งหมื่นตำลึงสำเร็จแล้ว
เหรินเหวยจื้อรับปากแล้วด้วยว่าหุ้นจำนวนนี้ส่งต่อให้ผู้อื่นได้
มิหนำซ้ำโหยวเย่ว์พี่สาวของโหยวฟางอิ๋นยังร่วมหุ้นด้วยเงินจำนวนสองพันกว่าตำลึงอีกด้วย
เรื่องราวพัฒนาไปอย่างรวดเร็วและราบรื่นยิ่งนัก ยาม